มดินาเป็นเมืองป้อมปราการเก่าแก่ในประเทศมอลตามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ประตูเมือง Mdina, มหาวิหาร St Paul’s, พิพิธภัณฑ์ Mdina Dungeons และ Palazzo Falson ส่วนเมือง Zebbug เป็นเมืองที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในมอลตา มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมบารอกที่สวยงามและมีเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองนักบุญฟิลิป
มอลตาเป็นหมู่เกาะที่อาบแดดอยู่ใจกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นแหล่งรวมของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความงามอันงดงาม แม้ว่าเมืองหลวงวัลเลตตาจะขโมยซีนอยู่เสมอ แต่เมืองมดินาและเซบบักซึ่งเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่สองแห่งก็มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับนักเดินทางด้วยมรดกอันล้ำค่าและวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิมของมอลตา
มดินา: เมืองแห่งความเงียบ
เมือง Mdinaตั้งอยู่บนยอดเขาใจกลางเกาะเป็นเมืองที่มีป้อมปราการและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี เมืองนี้มักถูกเรียกว่า”เมืองเงียบ” และมีกลิ่นอายของความลึกลับและความสง่างามแบบยุคกลาง Mdina เคยเป็นเมืองหลวงของมอลตา ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรจำนวนน้อยและมีสถาปัตยกรรมอันมหัศจรรย์มากมาย
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมือง Mdina:
มหาวิหารเซนต์พอล – ผลงานชิ้นเอกสไตล์บาร็อคอันน่าทึ่งที่ตั้งโดดเด่นบนเส้นขอบฟ้าของเมือง
Mdina Dungeons – การเดินสำรวจประวัติศาสตร์อันมืดหม่นและน่าขนลุกของมอลตา
Bastion Square – มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะได้แบบพาโนรามา เหมาะสำหรับการถ่ายรูปและนั่งผ่อนคลาย
Palazzo Falson – บ้านของขุนนางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงามซึ่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงคอลเลกชั่นของเก่า
การเที่ยวชม Mdina ที่ดีที่สุดคือการเดินเท้า ถนนที่ปูด้วยหินกรวดอันคับแคบ อาคารหินปูนสีทอง และรถม้าจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เพลิดเพลินกับกาแฟหรือขนมหวานที่ร้านกาแฟท้องถิ่น เช่น Fontanella Tea Garden ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องทิวทัศน์และเค้ก
Zebbug: เมืองแห่งประเพณีและเทศกาล
เมืองเซบบัก (หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าฮาซ-เซบบัก) ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศมอลตาเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและมีชื่อเสียงในเรื่องประเพณีอันเก่าแก่ สถาปัตยกรรมแบบบาโรก และจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลอง เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองแรกๆ ของมอลตาที่ได้รับสถานะเป็นเมือง และเป็นศูนย์กลางของพ่อค้าและช่างฝีมือมาอย่างยาวนาน
สิ่งที่ควรทำใน Zebbug:
โบสถ์ประจำตำบลเซนต์ฟิลิป – โบสถ์ใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงงานฉลองเซนต์ฟิลิป อันโด่งดัง ที่จัดขึ้นทุกเดือนมิถุนายน
สำรวจชีวิตในท้องถิ่น – เดินไปตามถนนเพื่อค้นพบโบสถ์ที่ซ่อนอยู่ ระเบียงแบบดั้งเดิมของมอลตา และร้านขนมท้องถิ่น
เยี่ยมชม Artisan Workshops – Zebbug เป็นแหล่งรวบรวมงานฝีมือโดยเฉพาะงานเงินและงานลูกไม้
สิ่งที่ทำให้ Zebbug แตกต่างคือเสน่ห์แบบมอลตาแท้ๆ เมืองนี้มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าเมือง Mdina หรือ Valletta ทำให้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตท้องถิ่นที่แท้จริง เมืองนี้จะคึกคักขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ ด้วยดอกไม้ไฟ ดนตรี และขบวนแห่ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมมอลตาได้ดีที่สุด
การเดินทางไปยังที่นั่น
ทั้ง Mdina และ Zebbug อยู่ห่างจากวัลเลตตาโดยใช้เวลาขับรถ 15 ถึง 20 นาที นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางสาธารณะให้บริการ ซึ่งให้บริการการเดินทางที่สะดวกและประหยัด การเช่ารถจะทำให้คุณมีอิสระมากขึ้นในการเที่ยวชมตามจังหวะของคุณเอง
ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือเพียงแค่ต้องการเดินเล่นไปตามถนนที่เงียบสงบและไร้กาลเวลาเมือง MdinaและZebbugในมอลตาจะมอบประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน เมืองทั้งสองแห่งนี้มีการผสมผสานระหว่างความสง่างามและกลิ่นอายท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เชื้อเชิญให้คุณผ่อนคลายและดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของอัญมณีแห่งเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้
