ดอกไม้และพันธุ์ไม้สวยใช่ว่าจะมีให้ชมอยู่แต่ในภาคเหนือ แต่ดินแดนอีสานบ้านเราก็มีให้ชมเหมือนกัน ที่ เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ไปที่มาพร้อมกับความสนุกและบันเทิง ให้เราได้รื่นรมย์ชมดอกไม้ตามฤดูกาลหลากสีสัน รวมทั้งพันธุ์ไม้สวยงามต่างๆ ที่อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ซึ่งจัดแสดงในโรงเรือนทั้ง 6 หลัง อุทยานไม้ดอกแห่งนี้ ยังถือว่าเป็นอุทยานไม้ดอกแห่งแรกในเขตพื้นที่ภาคอีสานใต้อีกด้วย
เพ ลา เพลิน ตั้งอยู่อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวอำเภอเมืองมาประมาณ 32 กิโลเมตร พื้นที่ภายในถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เพ ลา เพลิน บูติครีสอร์ท และ อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ด้านหน้าเป็นส่วนของโซนต้อนรับจะมีพื้นที่ขายบัตรเข้าชมอุทยานไม้ดอก สำหรับค่าเข้าตามภาพค่ะ โดยมีรถรางนำเข้าไปในพื้นที่ในส่วนของอุทยานดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังจากนั้นเดินชมไปยังโรงเรือนต่างๆซึ่งเชื่อมต่อกัน
นอกจาก บุรีรัมย์ จะมีที่เที่ยวโด่งดังอย่าง สนามฟุตบอลบุรีรัมย์ สเตเดียม หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง กันแล้ว ที่นี่ยังมี เพลาเพลิน อุทยานดอกไม้เมืองหนาว และดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย ! หลายคนอาจจะไม่เชื่อเพราะติดภาพความแห้งแล้งของอีสานเข้าไป ก็ไว้จนคิดว่าอีสานต้องร้อนและแล้งสุดๆ แต่ขอบอกว่า เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว ! เพราะฉะนั้นตามเราไปลุยอีสานใต้ เที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาว ที่ เพลาเพลิน กันได้เลย
เพลาเพลิน บูติค รีสอร์ท และ อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน ตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจาก อำเภอเมือง 32 กิโลเมตรค่ะ ที่นี่หลักๆ แล้วสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เพื่อพัฒนาผู้เรียนนอกห้องเรียนสำหรับเยาวชน และบุคคลทั่วไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กๆ
นอกจากนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย ด้านในจะจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปะ และวัฒนธรรมของภาคอีสาน รวมถึงในอุทยานไม้ดอกเพลาเพลินก็จะมีเรือนจัดแสดงพืชพันธุ์นานาชนิดอีกด้วย
สำหรับที่นี่จะแบ่งออกเป็นโซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์ โซนอุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน และโซนไร่สตรอเบอร์รี่ ค่ะ เราเริ่มเดินชิลกันตั้งแต่โซนแรกไปเลยแล้วกันนะ กับ โซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์
โซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์ นี้ เป็นโซนกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ค่ะ ให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยกิจกรรมประจำฐานต่างๆ ซึ่งมีการจำลองมรดกโลก หรือสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น กำแพงเมืองจีน, หอไอเฟล, สะพานทาวเวอร์บริดจ์, หอเอนเมืองปิซา และสโตนเฮนจ์ มาเป็นฐานกิจกรรม
พื้นที่ในส่วนอาคารต้อนรับ ที่ได้จัดแสดงดอกไม้พร้อมนิทรรศการ “ด้วยรักและภักดี” มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดับด้วยดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ
เข้ามาถึงโรงเรือนที่ 1 ซึ่งจัดแสดงไม้ดอกตามฤดู โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนดอกไม้ในช่วงฤดูนั้นมาจัดแสดงให้ชมเราเดินทางมาในช่วงฤดูหนาวจะเป็นดอกทิวลิป ลิลลี่ ไฮเครนเยีย แต่ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูฝนพื้นที่ในส่วนนี้จะเปลี่ยนมาเป็นดอกกระเจียว
ดอกทิวลิปมีให้ชมหลากหลายสีสัน ทั้ง ขาว เหลือง ชมพู ม่วง ดอกลิลลี่ ก็เช่นกัน เรียกได้ว่าแค่โรงเรือนแรกก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว ดอกไม้มาเต็มมากเหนือความคาดหมายไม่คิดว่าอีสานบ้านเรามีดอกไม้เมืองหนาวแบบนี้ให้ชมด้วย
รวมถึงการจัดสวนก็สร้างสรรค์สุดๆ โดยเอาดอกไม้มาประดับอยู่ในรถไฟบ้างนำตุ๊กตาน้อยน่ารักมาไว้ในสวนด้วย เดินชมไปก็เพลิน สมชื่อ เดินเล่นอยู่ในโซนนี้ถ่ายดอกไม้นานเป็นพิเศษเพราะรู้สึกตื่นตาตื่นใจในสีสันที่งดงามตัดกันของดอกไม้
โรงเรือนที่สองจัดแสดงเฟิร์นนานาสายพันธุ์ ซึ่งมีการจำลองบรรยากาศภายในให้เป็นป่าดึกดำบรรพ์ มีการนำรูปปั้นไดโนเสาร์มาไว้ข้างในด้วย
ระหว่างทางเชื่อมของแต่ละอาคารนั้น ก็ยังมีการจัดแต่งสวนเเละมุมถ่ายรูปไว้อย่างสวยงามให้ได้ชมเเละได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
โรงเรือนที่สาม เป็นการจัดแสดงพืชในตระกูลสับปะรดสี โดยมีการนำมาตกแต่งภายใต้แนวคิดสีสันธรรมชาติ
ฝั่งขวาเป็นตุ๊กตารูปปั้น concept ของสีสันแห่งทะเลมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งรูปปั้นนางเงือกน้อย และปลาการ์ตูน
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็จะเน้นเป็นสัตว์และแมลงน้อยที่เป็นสัญลักษณ์ของสีสันและความสวยงาม เช่น ผีเสื้อ เต่าทอง และนกยูง
โรงเรือนที่สี่ จัดแสดงกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินรี กล้วยไม้บางพันธุ์มีลวดลายแปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อน
ที่เดียวแห่งอีสานที่มีต้นไม้ชนิดนี้ เพราะปกติพันธุ์ไม้ชนิดนี้จะขึ้นเฉพาะบนดอยที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้นถ้าไปปลูกที่อื่นจะค่อนข้างขึ้นยาก เพราะฉะนั้นไม่แปลกถ้าเราจะเห็นตามสวนดอกไม้บนดอยทางภาคเหนือบ่อยๆ แต่แปลกที่เรามาเจอที่นี่
โรงเรือนที่ห้า จัดแสดงพืชเขตร้อน เช่น ตะบองเพชรชนิดต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ มหาพีระมิด จำลองบรรยากาศเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในประเทศอียิปต์มีรูปปั้น พีระมิด ฟาร์โรห์ สฟิงซ์ รายล้อมไปด้วยกระบองเพชรพันธุ์แปลกตา นานา ชนิด สวยงามมาก เพลิดเพลินอีกแล้ว
มาถึงโรงเรือนสุดท้ายที่จัดแสดงดอกหน้าวัวพันธุ์ต่างๆ พร้อมบรรยากาศวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบอีสานอีกทั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ศิลปะอีสานใต้
จากโรงเรือนที่ 6 เราก็เดินออกมาเรื่อยๆ เพื่อชมทุ่งดอกคอสมอสสีชมพูม่วงอันกว้างใหญ่ ต้องบอกว่ากว้างจริงๆ ค่ะ เป็นสีสันที่สวยงามอีกอย่างหนึ่งของอุทยานไม้ดอกเลยทีเดียว ดอกคอสมอสจะมีให้ชมในช่วงฤดูหนาวเดือนธ.ค.-ม.ค. ถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูฝนหรือร้อนอาจจะปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกพันธุ์ไม้ชนิดอื่นแทน
ถึงแม้แดดจะร้อนมากแต่เราก็ไม่หวั่น เพราะความสวยงามของดอกไม้ช่างดึงดูดใจเราเหลือเกิน สนุกสนานกับการถ่ายภาพลืมความร้อนไปหมดสิ้น
เรามาที่ทุ่งดอกคอสมอสอีกครั้งในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งแดดก็จะเริ่มร่มลง แต่ในความรู้สึกคือ ตอนกลางวันที่ฟ้าใสๆ บรรยากาศจะสดใสกว่าเพราะดอกไม้จะตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ากันดี
จุดสุดท้าย คือ แปลงสตอเบอรี่ ซึ่งมีให้ชมในช่วงหน้าหนาวเช่นกัน เราสามารถเก็บสตอเบอรี่ทานกันสดๆ จากต้นได้เลย ซึ่งรสชาติสตอเบอรี่ของที่นี่จะอมเปรี้ยวซักหน่อย เป็นสตอเบอรี่ที่ปลูกโดยไม่ได้ใช้สารเคมีใดๆ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ล้วน และไม่มีการเร่งใดๆ ทั้งสิ้น มีน้องเจ้าหน้าที่ซึ่งจบจากแม้โจ้มาให้ความรู้เรื่องสตอเบอรี่กับเราอยู่เรื่องนึง เลยถึงบางอ้อ เราถามว่าทำไมเก็บสตอเบอรี่ทานจากต้นสดๆ ถึงหวานกว่าที่ทานในกล่อง ทั้งๆ ที่เก็บมาจากต้นเดียวกัน น้องตอบว่าสตอเบอรี่เมื่อถูกเก็บขึ้นมายังมีชีวิตอยู่ เค้าจะมีการนำความหวานมาใช้ไปเรื่อยเหมือนกับใช้หายใจค่ะ ทำให้ความหวานจะลดน้อยลงกว่าทานจากต้น สงสัยมานานเพิ่งเข้าใจก็วันนี้
หลังจากชมอุทยานไม้ดอกแล้วก็นั่งรถรางออกมานั่งพักผ่อนข้างหน้าซึ่งเป็นโซนล็อบบี้ซึ่งจัดเน้นคอนเซ็ปต์ Journey with Play La Ploen การตกแต่งจำลองจากหลากหลาย ประเทศทั้งเอเชียและยุโรป ตรงจุดนี้มีทั้งร้านขายเครื่องดื่มและเบอเกอรี่ ของที่ระลึก และมุมให้เรานั่งพักผ่อนหลายมุม
ถัดจากฟาร์มไปก็เป็น โซนแอดเวนเจอร์ ซึ่งมีการจำลองมรดกโลก หรือสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น กำแพงเมืองจีน หอไอเฟล สะพานทาวเวอร์บริดจ์ หอเอนเมืองปิซา และสโตนเฮนจ์ มีฐานกิจกรรมต่างๆ ให้คนชอบความท้าทายได้สนุกสนานกับการปีนป่าย
มาถึงบุรีรัมย์หรือผ่านไปมา อย่าลืมแวะมาเที่ยว เพ ลา เพลิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สวยงาม กิจกรรมต่างๆ และห้องพักที่แสนสะดวกสบาย สมกับเป็นดินแดนแห่งการเรียนรู้ที่ได้ทั้งความสุขและสนุกกลับบ้านไปอย่างแน่นอน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพ ลา เพลิน 252 อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น.
โทรศัพท์ 044-699 435, 087-797 6425 http://www.playlaploen.com
ที่พัก
1.เพลาเพลินรีสอร์ท Play La Ploen
มีร้านขายอาหารไทย ส้มตำอร่อยดี เพราะใช้วัตถุดิบผักสดมาก ปลูกเองจากสวน
ข้อมูลติดต่อและที่อยู่
เลขที่ 252 หมู่ที่ 7 ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์, ตำบล หนองขมาร อำเภอ คูเมือง บุรีรัมย์ 31190
087 798 1039




