Tag Archives: แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดมหาสารคาม พระธาตุนาดูน  ตั้งอยู่ที่ บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม  นับเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของ ชาวมหาสารคาม  เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อสิริมงคลแก่ภูมิภาค พื้นที่โดยรอบได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมกิจการ พระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วัดเขาอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ วัดเขาพระอังคาร  เป็นวัดที่มีวัตถุธรรมความสวยงามของวัดพุทธศิลป์สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจความสวยงามของวัดพุทธศิลป์ผสมศิลป์ขอม  แนวเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง  ส่วนสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน  ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า   มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ

เพลาเพลิน จังหวัดบุรีรัมย์

ดอกไม้และพันธุ์ไม้สวยใช่ว่าจะมีให้ชมอยู่แต่ในภาคเหนือ แต่ดินแดนอีสานบ้านเราก็มีให้ชมเหมือนกัน ที่ เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ไปที่มาพร้อมกับความสนุกและบันเทิง ให้เราได้รื่นรมย์ชมดอกไม้ตามฤดูกาลหลากสีสัน รวมทั้งพันธุ์ไม้สวยงามต่างๆ ที่อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ซึ่งจัดแสดงในโรงเรือนทั้ง 6  หลัง อุทยานไม้ดอกแห่งนี้ ยังถือว่าเป็นอุทยานไม้ดอกแห่งแรกในเขตพื้นที่ภาคอีสานใต้อีกด้วย เพ ลา เพลิน ตั้งอยู่อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวอำเภอเมืองมาประมาณ 32 กิโลเมตร พื้นที่ภายในถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ  เพ ลา เพลิน บูติครีสอร์ท  และ อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ด้านหน้าเป็นส่วนของโซนต้อนรับจะมีพื้นที่ขายบัตรเข้าชมอุทยานไม้ดอก สำหรับค่าเข้าตามภาพค่ะ  โดยมีรถรางนำเข้าไปในพื้นที่ในส่วนของอุทยานดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังจากนั้นเดินชมไปยังโรงเรือนต่างๆซึ่งเชื่อมต่อกัน นอกจาก บุรีรัมย์ จะมีที่เที่ยวโด่งดังอย่าง สนามฟุตบอลบุรีรัมย์ สเตเดียม หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง กันแล้ว ที่นี่ยังมี เพลาเพลิน อุทยานดอกไม้เมืองหนาว และดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย ! หลายคนอาจจะไม่เชื่อเพราะติดภาพความแห้งแล้งของอีสานเข้าไป ก็ไว้จนคิดว่าอีสานต้องร้อนและแล้งสุดๆ แต่ขอบอกว่า เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว ! เพราะฉะนั้นตามเราไปลุยอีสานใต้ เที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาว ที่ เพลาเพลิน กันได้เลย เพลาเพลิน บูติค รีสอร์ท และ อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน ตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจาก […]

วนอุทยานเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง หรือ ภูกระโดง ตั้งอยู่ที่บ้านเขากระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีปากปล่องทะลุเห็นได้ชัดเจน (มีความสูงประมาณ 265 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) รอบบริเวณแวดล้อมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็ก โดยเฉพาะนกนานาชนิด บนเขากระโดงยังมีโบราณสถานสมัยขอม รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ชื่อว่า พระสุภัทรบพิตร เป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมทิวทัศน์ของตัวเมืองบุรีรัมย์ และไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล เดิมชื่อ พนมกระดอง เป็นภาษาเขมร แปลว่า ภูเขากระดอง (เต่า) เป็นภูเขาที่มีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น กระโดง วนอุทยานเขากระโดง  ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วรอบ บริเวณปกคลุมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์  สิ่งที่น่าสนใจในวนอุทยานเขากระโดง คือ  ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดงซึ่งดับสนิทแล้ว มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี   ปัจจุบันมีสภาพเป็นสระน้ำเป็นซากภูเขาไฟที่ยังคงสภาพดีและมีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย มีเส้นทางเดินชมรอบปล่อง และสะพานแขวนให้ยืนชมจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน เป็นที่ประดิษฐาน พระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปคู่เมืองของบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศเหนือ ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ จากจุดที่ตั้งขององค์พระสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้ การขึ้นไปเขากระโดง ทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันไดจำนวน 297 ขั้น หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นป่าโปร่ง และประกอบไปด้วยป่าเต็งรัง […]

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบุรีรัมย์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่เคารพสักการะและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง สร้างด้วยศิลปะกรรมที่สวยงาม ในรูปแบบศิลปะขอมโบราณที่เลียนแบบมาจากปราสาทหินพนมรุ้ง เพื่อเป็นการบ่งบอกเอกลักษณ์และตัวตนของคนชาวบุรีรัมย์ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามไว้ในคนรุ่นหลังได้สืบทอดกันต่อไป มีความเชื่อว่า ณ บริเวณนี้เคยเป็นจุดพักรบของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 และยังเป็นจุดกำเนิดเมืองบุรีรัมย์อีกด้วย ที่นี่จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เคารพสักการะบูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของชาวบุรีรัมย์ เดิมเป็นเพียงศาลที่มีขนาดเล็กๆ ในปี พ.ศ.2548 จึงได้สร้างศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่ และได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเสื้อเมือง เทพารักษ์ และพระทรงเมืองเพื่อมาปกปักษ์รักษาคุ้มครอง ป้องกัน ให้บ้านเมือง อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ความแปลกประการหนึ่งคือ เสาหลักเมืองบุรีรัมย์ที่ปรากฏ มีอยู่ 2 ต้น มีข้อสันนิษฐานว่า เสาต้นที่ 1 (ต้นเอียง) เป็นเสาหลักเมืองที่ตั้งขึ้นเมื่อสร้างเมืองแปะ ส่วนเสาหลักเมืองต้นที่ 2 น่าจะเป็นเสาหลักเมืองที่ตั้งขึ้นเมื่อมีฐานะเป็น จังหวัดบุรีรัมย์และได้สร้างใกล้ชิดติดกัน ด้านข้างศาลหลักเมืองยังมีศาลเจ้าจีน ประดิษฐานรูปเหมือนเจ้าพ่อหลักเมือง ด้านซ้ายมีเทพเจ้าไฉ่ซิงเอียะ ด้านขวามีเทพเจ้ากวนอู เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายจีนได้มากราบไหว้ในบริเวณเดียวกัน ลักษณะของศาลหลักเมืองจะเป็น เหมือนองค์ปรางค์มียอดทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นประดับกรีบขนุน และ เทพประจำทิศเพื่อปกป้องรักษาทิศต่างๆ องค์เรืองธาตุเป็นที่ ประดิษฐานพระหลักเมืองชักมุมออกทั้ง 4 […]

ช้างอารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ช้างอารีนา หรือชื่อเดิม ไอ-โมบาย สเตเดียม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด สนามแห่งมีความจุ 32,600 ที่นั่ง ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดผู้คนทั้งในและจังหวัด ใกล้เคียงรวมถึงแฟนบอลทุกเพศทุกวัยให้มาที่นี่ เพื่อชมสนามฟุตบอลที่สวยงามและได้มาตราฐานระดับโลก เมื่อเดินขึ้นบันไดเข้ามาสู่สนามต้องร้องว้าว เพราะสนามสวยงามทันสมัยยิ่งใหญ่ เหมือนกำลังเดินชมสนามฟุตบอลในต่างประเทศ สิ่งแรกที่สะกดสายตา คือ ตัวสนามหญ้าพร้อมสแตนด์ฝั่งตะวันตกที่มีตัวอักษร Thunder Castle เด่นเป็นสง่าตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ตัวสนามเน้นใช้สีน้ำเงินทำให้ดูเรียบโก้และหนักแน่น โดยสามารถเดินชมและถ่ายภาพได้ทั้งหมดยกเว้นห้ามเดินลงไปเหยียบหญ้า เพราะหญ้าคือหัวใจสำคัญ ของสนามฟุตบอลต้องดูแลรักษากันเป็นอย่างดี สนามช้างอารีนา โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ สร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนของไอ-โมบายและบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบประธานสโมสาร และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามเพื่อให้ได้บรรยากาศใกล้ชิดระหว่างกองเชียร์กับพื้นสนาม เป็นสนามที่ผ่านมาตรฐานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนผ่านมาตรฐานสนามกีฬาระดับเอจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและยังผ่าน มาตรฐานระดับโลกจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ และยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลก ที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน โดยเคย ใช้เป็น สนามแข่งขันฟุตอลโลก 2014 รอบคัดเลือกระหว่างทีมชาติไทยกับ ทีมชาติปาเลสไตน์ ช้างอารีนา (อังกฤษ: Chang Arena, ชื่อเดิม: ไอ-โมบาย สเตเดียม) มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ธันเดอร์คาสเซิลสเตเดียม (อังกฤษ: Thunder […]

ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหินเมืองต่ำ ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทาง ทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2478 และได้เข้ามาทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2539 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำมีรูปแบบที่แตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ มีปรางค์องค์ใหญ่ตรงกลางล้อมรอบด้วยปรางค์ขนาดเล็กกว่าทั้ง 4 มุม ลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถว  แถวหน้า 3 องค์ ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรกทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง มีสระน้ำ 4 สระ ล้อมรอบระเบียงคดมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล […]

อุทยานประวัติศาสตร์หินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ เมืองที่โดดเด่นในเรื่องปราสาทหิน มีปราสาทขึ้นชื่อ ทั้ง ปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นเมืองแห่งกีฬา ที่นำความโดดเด่นเรื่องนี้มาผสมผสานกับการท่องเที่ยวได้แบบลงตัว ทั้งคอกีฬาต่างใฝ่ฝันมาชมการแข่งขันฟุตบอลทีมโปรด ส่วนคนชอบเที่ยวในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน ยังสามารถแวะมาชมสนามฟุตบอลที่ได้มาตราฐาน มีความสวยงามในระดับโลก กลายเป็นสีสันใหม่แห่งการท่องเที่ยว ที่ทำให้บุรีรัมย์ ไม่ได้มีแค่ปราสาทหินโบราณอีกต่อไป กลายเป็นเมืองที่ทันสมัย มีความสนุกและความสุขเกิดขึ้นเมื่อได้มาเยือน  สมกับความหมายของชื่อ บุรีรัมย์  เมืองแห่งความรื่นรมย์ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น มาถึงบุรีรัมย์ ทั้งที่ ต้องไม่พลาดกับสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง  ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 77 กิโลเมตร  เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้งยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ คำว่า พนมรุ้ง มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่าภูเขาใหญ่ สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ปราสาทหิน พนมรุ้งเป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง  ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์  สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณ  ที่มีความงดงามมากที่สุดแห่ง หนึ่ง ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงานสถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขามีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน […]

วัดโพธาราม จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ หลวงพ่อพระใหญ่อันประดิษฐาน ณ ที่วัดโพธารามแห่งนี้ นับเป็นหลวงพ่อคู่บ้านคู่เมืองของชาวบึงกาฬมาแต่ช้านาน หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธารามตั้งอยู่ที่วัดโพธาราม บ้านท่าใคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยโบกฉาบด้วยปูน สูงประมาณ 2 เมตรหน้าตักกว้าง 2 เมตรจากพระฌานุ(เข่า) ถึงพระศอ (คอ) สูง 0.90 เมตร พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนหน้าตัก พระหัตถ์ขวาคว่ำวางทับพระฌานุ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 5 เหยียดลงอย่างมีระเบียบเหมือนพระพุทธรูปทั่ว ๆ ไปประดิษฐานบนแท่น 4 เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี 2537 นี้ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองบึงกาฬที่ตั้งโบราณ ชาวบึงกาฬจัดงานสมโภชช่วงวันเพ็ญเดือน 3 และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามตำนานและคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่หลายรุ่น หลายสมัยเล่าสืบต่อกันมาประมาณสองพันกว่าปีมาแล้ว จนถึงยุคสมัยหลัง ๆ ซึ่งแต่ก่อนคนเหล่านี้ส่วนมากได้อพยพครอบครัวมาจากเมืองยศ ซึ่งในปัจจุบันก็คือจังหวัดยโสธร มาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำโขงและร่นขึ้นมาทางเขตชัยบุรี หรืออำเภอบึงกาฬในปัจจุบัน การตั้งถิ่นฐานอยู่นั้นก็เหมือนกันทุกยุคทุกสมัย คือที่ใดไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิต ต้องประสบกับภัย และมีการระบาดของโรคร้ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอหิวา โรคไข้ฝีดาด […]

วัดอาฮงศิลาวาส จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “บั้งไฟพญานาค” ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก ประวัติ วัดอาฮงศิลาวาส เมื่ออดีตกาลนานมาแล้วหลวงพ่อลุน ผู้ก่อตั้งวัดนี้ขึ้นมาในกลางป่าดงดิบปะปนกับโขดหินน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมโยงมาจากฝั่งประเทศลาว วัดนี้มีชื่อเรียกว่า “วัดป่าเลไลย” ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2506 หลวงพ่อลุนได้มรณภาพลงทำให้วัดนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่จำวัดแบบถาวรเลย คงเหลือแต่ ชีแก่ๆ […]

บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ บึงโขงหลง ตั้งอยู่ที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ  มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น จุุดท่องเที่ยวเด่น คือ สวนสาธารณะบึงโขงหลง แหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ที่มีหอชมนก และระเบียงชมวิว โดยเฉพาะในยามเย็นซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินมีบรรยากาศที่งดงามมาก นอกจากนี้หากมาเที่ยวในฤดูร้อนจะได้เห็นหาดคำสมบูรณ์วิวเนินทรายที่สวยงาม ที่มีหาดทรายทอดยาว บึงโขงหลง เป็นบึงที่มีน้ำตลอดปี ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี กิจกรรมที่น่าสนใจ คือ นั่งเรือชมวิวรอบบึง สัมผัสกับธรรมชาติและสายน้ำที่สวยงาม บึงโขงหลง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของบึงกาฬที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด บึงโขงหลง มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างมาก หากขับรถมาตามเส้นทางจะเห็นวิวของบึงทอดยาวควบคู่ไปกับถนน แต่จุดที่แนะนำ คือ บริเวณสวนสาธารณะบึงโขงหลง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในพื่นที่และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความงามของบึงแห่งนี้ ที่สามารถจอดรถชมวิว เดินเล่นสัมผัสบรรยากาศของบึงโขงหลงได้แบบสะดวกสบาย  สวนสาธารณะบึงโขงหลง ตั้งอยู่ทางด้านหลัง โรงเรียนบึงโขงหลง หรือหากเดินทางมาจากหาดคำสมบูรณ์ สามารถใช้ทางลัดโดยผ่านโครงการฝายบึงโขงหลงเลาะริมบึงมาเรื่อยๆ จะมีทางแยกเข้าไปในสวนสาธารณะแห่งนี้ หากเดินทางมาไม่ถูกแนะนำให้สอบถามชาวบ้านในละแวกนั้น เพราะจะไม่มีป้ายบอกทาง บริเวณสวนสาธารณะ มี หอชมนก ซึ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีบานหน้าต่างหรือช่องกระจก สามารถมองออกไปชมวิวบึวได้ในมุมสูง สามารถแวะชมวิวในแต่ละชั้นได้แบบ 360 องศา   […]

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต หมู่บ้านท่องเที่ยวสตรีทอาร์ต บึงกาฬ หากกล่าวถึงสตรีทอาร์ตในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับภาพสตรีทอาร์ตที่วาดตามกำแพงริมถนนหรือตามอาคารตึกเก่าต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ วิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของที่แห่งนั้น แต่ถ้ามา บึงกาฬ จะตื่นตาตื่นใจกับ สตรีทอาร์ต ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่  ที่ได้นำความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาค ผสมผสานกับอาชีพเกษตรกรรมและความชอบของแต่ละครอบครัว บรรจงวาดเป็นภาพเขียนสีพญานาคบนผนังของแต่ละบ้านจำนวน 22 รูป  กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสตรีทอาร์ต หรือหมู่บ้านภาพวาดเขียนสีพญานาค หนึ่งเดียวในโลก ที่มีบรรยากาศน่ารักสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้มาเยียมเยือน ในหมู่บ้านยังมี พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนชาวอีสานแบบดั้งเดิม รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ เรียกว่า เมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้เราจะได้สัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตชุมชนชนบทแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว หมู่บ้านท่องเที่ยวสตรีทอาร์ท และ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ตั้งอยู่ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ยังคงมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ทั้งการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการนุ่งซิ่น สะพายกระติ๊บ ตักบาตรข้าวเหนียว สำหรับการสร้างหมู่บ้านสตรีทอาร์ต คือการเปิดใจร่วมกันทั้งหมู่บ้าน โดยผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับงานศิลปะสมัยใหม่ ผู้ริ่เริ่ม คือ คุณขาบ ฟู้ดสไตล์ลิสต์ชื่อดัง เจ้าของรางวัลเวทีระดับโลก และยังเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิโครงการหลวงมากว่า 14  ปี ที่ตั้งใจกลับบ้านเกิดเพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ทุนส่วนตัว และได้รับความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สร้างหมู่บ้านสตรีทอาร์ตภาพวาดเขียนสีพญานาค และพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต […]

ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ ถ้ำนาคา ถ้ำสวยสุด Unseen ที่กำลังโด่งดังอย่างมากในเวลานี้ ตัวถ้ำตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติภูลังกา ความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ คือ มีหินขนาดใหญ่รูปร่างคล้าย งูยักษ์ หรือ พญานาค อยู่หลายจุด บางก้อนก็มีลักษณะคล้ายกับหัวและมีลวดลายของกินคล้ายกับเกร็ดของพญานาค โดยชาวบ้านมีความเชื่อว่า ถ้ำนาคา คือ พญานาค หรือ งูยักษ์ ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหิน เพราะบริวารของพญานาค ผู้ครองเมืองบาดาล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ และเมืองบาดาลที่พญานาคและบริวาร อาศัยอยู่ คือ บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬปัจจุบัน ข้อมูลสถานที่ “ถ้ำนาคา” เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ รอยต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬ – นครพนม จุดเด่นของถ้ำนาคา คือ ภายในถ้ำจะพบกับหิน ที่มีรูปร่างคล้ายกับงูยักษ์หรือลำตัวของพญานาค มีลักษณะเหมือนเกล็ดของงูขนาดใหญ่ ซึ่งในทางธรณีวิทยา เกิดจากหินบนพื้นผิวโลกผ่านการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อน – เย็นสลับกัน กระบวนการทางกายภาพเกิดการผุพัง ปริแตกตามพื้นผิวโดยรอบหิน เรียกว่า ซันแครก (sun […]

หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ หินสามวาฬ หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่ป่าภูสิงห์  ตั้งอยู่ในอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา และถ้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ สามารถแวะชมได้หลายจุด รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง เหตุผลที่เรียกว่า หินสามวาฬ เพราะลักษณะของจุดชมวิวนี้เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน รูปร่างคล้ายปลาวาฬเรียงกันยื่นออกไปสู่หน้าผา หากมองในมุมสูงจะเหมือนกลุ่มวาฬที่มีพ่อ แม่ ลูก จึงเรียกกันว่า หินสามวาฬ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่นของภูสิงห์ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เบื้องหน้าคือ วิวของผืนป่าเขียวขจีและสายหมอกบาง หินสามวาฬสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเวลาที่แนะนำ คือ เวลาเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและสายหมอกบาง การชมหินสามวาฬและจุดต่างๆ ต้องใช้บริการรถนำเที่ยวของท้องถิ่นเพราะเส้นทางไปยังหินสามวาฬค่อนข้างออฟโรดมาก ต้องอาศัยผู้ชำนาญเส้นทาง รถจอดให้บริการอยู่บริเวณที่ทำการภูสิงห์ ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง – ห้าโมงเย็น เมื่อมาถึงสามารถไปติดต่อ พร้อมชำระค่าบริการคันละ 500 บาท (ไป-กลับ) รถสามารถนั่งได้ถึง 10 คน สำหรับคนที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นแนะนำให้มาตั้งแต่เช้า คือ ตีห้าครึ่ง […]

ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ

  สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดบึงกาฬ เหนือสุดแดนสยาม คือ เชียงราย ใต้สุด คือ นราธิวาส สุดปลายอีสาน คือจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย บึงกาฬ จังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจยังมาเที่ยวไม่ถึงแบบเจาะลึก แต่ก่อนเหตุผลที่มาบึงกาฬ เพราะอยากมาเที่ยว ภูทอก สถานที่สุด unseen ขึ้นชื่ออันดับต้น  แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแค่ภูทอก แต่ยังมีถ้ำนาคาที่กำลังฮอตสุดๆ ในตอนนี้  กลายเป็น บึงกาฬ โฉมใหม่ ที่ไม่ได้มีดีแค่ภูทอก แต่ยังมีสถานที่สวยแปลกเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง แต่ละแห่งต้องบอกว่าสวยงามแปลกตาคุ้มค่ากับการนั่งรถมาไกล กับ 9 ที่เที่ยวเด่นบึงกาฬ มาถึงแล้วต้องไป ภูทอก บึงกาฬ ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม […]