เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวจังหวัดชัยภูมิคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างแท้จริง จนได้รับฉายาว่าเป็นซาฟารีเมืองไทย โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ ทุ่งกะมัง ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่สัตว์ป่าออกมาหากินให้เราได้เห็นอย่างใกล้ชิด มีความเงียบสงบและไม่มีแสงรบกวน เหมาะแก่การดูดาวและถ่ายภาพดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่สำคัญและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอันกว้างใหญ่นี้เป็นสวรรค์สำหรับผู้รักธรรมชาติ ผู้ชื่นชอบสัตว์ป่าและนักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เงียบสงบ ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวที่แออัด
ภาพรวมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ก่อตั้งขึ้นในปี 1973 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและเขตคุ้มครองสัตว์ป่าที่สำคัญของภูมิภาค เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของป่าอีสานตะวันตกขนาดใหญ่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ภูเขาที่ทอดยาว ทุ่งหญ้า และจุดชมวิวที่สวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
ความหลากหลายทางชีวภาพและสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติภูเขียวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิดที่น่าประทับใจ นักท่องเที่ยวอาจพบเห็นสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง กวางเห่า หมูป่า และนกนานาชนิด ด้วยความพยายามในการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด ทำให้อุทยานแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์ป่าในภูมิภาคนี้
ประเภทของป่าประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าผลัดใบผสม และระบบนิเวศทุ่งหญ้า สภาพแวดล้อมที่หลากหลายเหล่านี้สนับสนุนพันธุ์พืชหายากและสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
สถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวที่สวยงาม
หนึ่งในไฮไลท์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวคือจุดชมวิวที่สวยงาม จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือจุดชมวิวหมอหินขาวซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ป่าไม้ที่ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ช่วงเช้าตรู่และช่วงบ่ายแก่ๆ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมทิวทัศน์หมอกและพระอาทิตย์ตกสีทองอร่าม
อีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจคือทุ่งกระมังทุ่งหญ้าสะวันนาขนาดใหญ่ที่มักถูกเปรียบเทียบกับที่ราบในทวีปแอฟริกา เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการสังเกตสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้ง
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ส่องสัตว์ที่ทุ่งกะมัง: คุณจะได้เห็นฝูงเนื้อทราย กวาง เก้ง และนกยูง ออกมาเล็มหญ้าตามธรรมชาติอย่างอิสระ เป็นจุดที่ถ่ายรูปสัตว์ป่าได้สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
เดินป่าศึกษาธรรมชาติ: มีเส้นทางเดินป่า (ระยะทางประมาณ 2 กม.) ผ่านป่าดิบและอ่างเก็บน้ำ เพื่อไปยังโป่งเทียมและจุดชมนกนานาชนิด
ดูดาว (Dark Sky): ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด เนื่องจากมีความเงียบสงบและไม่มีแสงรบกวน เหมาะแก่การดูดาวและถ่ายภาพดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก
แวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียง:
เขื่อนจุฬาภรณ์: อยู่ห่างออกไปไม่ไกล มีทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำที่สวยงามและอากาศเย็นสบาย
สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว: แหล่งน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาด เหมาะสำหรับการพักผ่อนเล่นน้ำ
อุทยานแห่งชาติภูเขียวส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างมีความรับผิดชอบ กิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การเดินศึกษาธรรมชาติ การดูนก การสังเกตสัตว์ป่า การถ่ายภาพ และทัวร์ให้ความรู้พร้อมไกด์นำทาง นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานอย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศ
มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการตั้งแคมป์และทัวร์นำโดยเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของป่าตลอดคืน พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์จากผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชม
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ทัศนวิสัยดีเยี่ยม และมีสัตว์ป่าออกมาให้เห็นบ่อยขึ้น ส่วนฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคมนั้น จะทำให้พืชพรรณเขียวชอุ่ม แต่ก็อาจจำกัดการเข้าถึงบางพื้นที่ได้
เคล็ดลับการเดินทาง
ควรจองล่วงหน้าสำหรับทัวร์พร้อมไกด์และการตั้งแคมป์
ปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยของสัตว์ป่าตลอดเวลา
หลีกเลี่ยงเสียงดังและการทิ้งขยะ
ควรนำกล้องส่องทางไกล รองเท้าเดินสบาย และยาไล่แมลงไปด้วย
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติไทยแท้ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เงียบสงบ แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ทั่วไป เขตรักษาพันธุ์แห่งนี้มอบการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริงและมีความหมาย
