ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า จังหวัดยโสธร

เคยสงสัยบ้างมั้ยว่าพวก ย่านเก่า ในแต่ละเมืองนั้นมีความเป็นมาอย่างไร แล้วเขาอนุรักษ์กันอย่างไรให้ยังคงเสน่ห์เหล่านั้นนั้นไว้อยู่ ตามมาเลย เราจะพาทุกคนนั่ง Time Machine ย้อนเวลาสู่วันวานไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่ บ้านสิงห์ท่า ที่เที่ยวยโสธร แบบ One Day Trip กัน แล้วทุกคนจะหลงใหลในสถาปัตยกรรมสวยๆ ของชุมชนเล็กๆ แห่งนี้

บริเวณคุ้มบ้านสิงห์ท่า ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองเป็นย่านเมืองเก่าที่ปรากฏนามอยู่ในประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองปัจจุบันในบริเวณดังกล่าวยังคงมีตึกแถวโบราณที่มีรูปทรงและลวดลายงดงามและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง

สิงท่า

บริเวณคุ้มบ้านสิงห์ท่า เป็นย่านเมืองเก่าที่ปรากฏนามอยู่ในประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองปัจจุบัน บริเวณนี้ยังคงมีตึกแถวโบราณที่มีรูปทรงและลวดลายงดงามและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง ในอดีตยโสธรมีความเป็นมาตั้งแต่ยุคทวารวดี โดยมีบันทึกในพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าราชวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าแห่งเมืองเวียงจันทน์ ท้าวหน้า ท้าวคำผง ท้าวทิตพรหม และท้าวมุม พร้อมด้วยไพร่พลอพยพไปอาศัยกับเจ้านครจำปาศักดิ์ เมื่อมาถึงดงผีสิงห์ เห็นทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานจึงสร้างเมืองขึ้นที่บ้านสิงห์ท่า (เมืองสิงห์ท่า)และยกฐานะเป็นเมืองยโสธรในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ยโสธรถูกรวมเข้ากับกองหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือมีเมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองเอก เรียกว่า มณฑลลาวกาว ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2456 ยโสธรกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และในปี พ.ศ. 2515 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 71 ของประเทศไทย “บ้านสิงห์ท่า”เป็นย่านการค้าตั้งแต่สมัยโบราณและได้เจริญขึ้นเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามามี อิทธิพลมากในภูมิภาคนี้ในช่วงนั้นเองผู้ที่มีฐานะดี มีการนำเข้าช่างฝีมือจากเวียดนามจำนวนมากเข้ามาสร้างบ้านเรือน ทำให้บ้านเรือนมีรูปแบบศิลปกรรมแบบจีนผสมยุโรปที่งดงาม ปัจจุบันยังคงเหลือให้เห็นบนสองข้างทาง ถนนศรีสุนทร นครทุม อุทัยรามฤทธิ์ และ วิทยธำรง บางแห่งยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก บอกถึงบรรยากาศของความเป็นอดีต ขณะที่อีกหลายแห่งถูกปล่อยให้รกร้างขาดคนอาศัย สร้างเสน่ห์ให้บ้านสิงห์ท่าสวยงามมาจนทุกวันนี้ เที่ยวชมเมือง จากความเป็นมาของเมืองนี้ ปัจจุบันยังคงเห็นรูปรอยความเจริญได้ที่ชุมชนบ้านสิงห์ท่า ชาวบ้านในชุมชนล้วนถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่อย่างเรียบง่ายและสงบ มี ตึกแถวโบราณ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ยุคสมัยเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ถนนรอบบริเวณย่านสิงห์ท่า เป็นทางลัดเลาะเชื่อมต่อถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน รวมถึงวัด ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธทั้งหลาย ยังมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนดูตระการตา ในย่านนี้เป็นแหล่งทำปลาส้มและลอดช่องยโสธร ของฝากชื่อดังที่ไม่ควรพลาดชิมอีกด้วย

สิงห์ท่า

ประวัติความเป็นมา บ้านสิงห์ท่า

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2315 พระเจ้าราชวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าแห่งเมืองเวียงจันทน์ และไพร่พลทั้งหลายอพยพมาอาศัยอยู่ที่ ดงผีสิงห์ ต่อมาได้สร้างเมืองขึ้นที่นี่ และตั้งชื่อว่า เมืองสิงห์ท่า

สังเกตได้ว่าในสมัยก่อน เมืองใดที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำส่วนมากจะมีความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะกับการค้าขาย ซึ่ง บ้านสิงห์ท่า แห่งนี้ ตั้งอยู่ริม แม่น้ำชี ทำให้ในอดีตกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า เมื่อฝรั่งเศสเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ก็มีการเผยแพร่วัฒนธรรมและสร้างบ้านเรือนต่างๆ รวมถึงการมาพักอาศัยของชาวจีน ทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนระหว่าง ไทย จีน และฝรั่งเศส

ชาวบ้านในชุมชนล้วนถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่อย่างเรียบง่ายและสงบ มีตึกแถวโบราณงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีสเป็น ศิลปะแบบตะวันตกผสมกับจีน  เป็นกลุ่มอาคารกึ่งไม้กึ่งปูนประตูของบ้านส่วนใหญ่ในย่านนี้เป็นบานเฟี้ยม  สร้างในยุคสมัยเดียวกับ ที่จังหวัดภูเก็ต แต่ตึกแถวเก่าแก่อาจไม่ได้มีให้ชมเยอะเหมือนกับภูเก็ต ตึกที่โดดเด่น คือ ตึกของร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่ติดกับวัดสิงห์ท่า ตรงถนนศรีสุนทร เป็นตึกสไตล์ชิโนโปรตุกิส  สีชมพูอ่อนและสีส้มพาสเทล  ตกแต่งด้วยซุ้มโค้งแบบแบนและเจาะ ช่องแสงด้วย บานเกล็ดไม้ ซึ่งเป็นลักษณะแท้ๆของซุ้มประตู หน้าต่างที่พบเสมอในอาคารแบบชิโน-โปรตุกีส เมื่อเดินมาอีกหน่อยมาถึง สี่แยก ถนนวิทยะธำรง คือ ตึกไม้สีขาว ซึ่งปัจจุบันเป็นร้านขายข้าวสาร  บ้านหลังนี้มีลวดลายฉลุบ้านหน้าต่างที่สวยงามแปลกตา ตั้งโดดเด่น ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ถนนรอบบริเวณย่านสิงห์ท่า เป็นทางลัดเลาะเชื่อมต่อถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน รวมถึงวัดซึ่งเป็น ศูนย์รวมใจของชาวพุทธทั้งหลาย ยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนดูตระการตา

สิงห์ท่าา

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า สามารถเริ่มได้ที่ซอยศาลหลักเมืองจังหวัดยโสธร ซึ่งในซอยดังกล่าวจะเป็น เส้นทางไปยังบ้านหลังที่โดดเด่นในย่านนี้  สำหรับผู้ที่นำรถส่วนตัวมา สามารถจอดไว้ด้านข้างบริเวณศาลหลักเมืองหรือนำไปจอด ที่วัดสิงห์ท่า

ที่พัก
1.โรงแรม ช้างใหญ่ใจดี

ช้างใหญ่

“ห้องสะอาดกว้างสะอาดบรรยกาศดีมาก อาหารอร่อย ราคาไม่หน้าเชื่อว่า400บาท”
ข้อมูลติดต่อและที่อยู่

โรงแรมช้างใหญ่ใจดี 468/25 ถ.เลี่ยงเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร ยโสธร 35000

045 711 123

2.โรงแรม บี.เอ็ม.แกรนด์

บีม

“ห้องสวยมากคับ สะอาด ห้องน้ำสะอาด”

ข้อมูลติดต่อและที่อยู่

105/4 ถนน รัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร ยโสธร 35000

045 712 333

3.โรงแรมเดอะเซน ยโสธร

เซนนนนน

“หน้าต่าง และระเบียงออกไปด้านนอกได้ เข้ามาในห้องได้กลิ่นหอม ไม่เหม็นอับ”

ข้อมูลติดต่อและที่อยู่

ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร ยโสธร 35000

045 711 455