นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเดินทางมาเที่ยวภาคใต้พร้อมกับมาพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก ณ บ้านเล็กกลางหุบเขา(Little House in the Valley) ที่พักท่ามกลางหุบเขาริมธารและคาเฟ่สุดชิล ชมวิวได้ 180 องศา ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราชกันค่ะ ถ้าใครพร้อมที่จะไปสัมผัสบรรยากาศดีๆ ชมที่พักสวยๆ กันแล้วก็รีบตามเรามาเลย

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

ณ บ้านเล็กกลางหุบเขา (Little House in the Valley) ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากหมู่บ้านคีรีวงประมาณ 18 กิโลเมตร ที่นี่เดิมทีเป็นร้านกาแฟสไตล์คันทรีสุดชิล แต่ในปัจุบันก็ได้เปิดโซนที่พักเพิ่มขึ้นมา มีด้วยกัน 6 หลังค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปชมห้องพักและร้านกาแฟ เราจะพาทุกคนไปชมในส่วนของล็อบบี้กันก่อน

ซึ่งล็อบบี้ของที่นี่จะตรงข้ามกับร้านอาหารเลยค่ะ ก่อนจะเข้ามาก็จะมีพนักงานมาตรวจวัดอุณหภูมิค่ะ รวมถึงมีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือด้วย ในส่วนของล็อบบี้ก็เป็นล็อบบี้เล็กๆ มีเคาน์เตอร์ให้เช็คอินมาพร้อมกับโซนที่นั่งให้เราได้นั่งพักระหว่างรอห้องพักค่ะ

เช็คอินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว…ก็ไปชมห้องพักกันค่ะ อย่างที่เราบอกไปห้องพักที่นี่จะมีด้วยกันทั้งหมด 6 ห้อง 2 รูปแบบ จะมีบ้านดิน 3 ห้อง และบ้านไม้ 3 ห้อง ซึ่งวันนี้เราจะพาทัวร์ทั้งบ้านดินและบ้านไม้เลยค่ะ โดยโซนห้องพักของที่นี่จะแยกโซนกับร้านกาแฟชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้าพักได้มีความเป็นส่วนตัว เริ่มต้นกันที่บ้านดิน ราคาวันจันทร์-วันพฤหัสบดี 3,500 บาท ราคาวันหยุดเทศกาล 4,000 บาท สามารถพักได้ 2 ท่าน (เสริมได้ 1 ท่าน ราคา 800 บาท รวมอาหารเช้า)

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

บ้านดินหลังใหญ่ตั้งเรียงรายกัน 3 หลัง ภายในห้องกว้างขวาง เย็นสบาย แบ่งโซนห้องนอนและห้องน้ำชัดเจน เตียงนอนก็ตกแต่งออกมาอย่างน่ารักมีมุ้งกระโจมครอบเตียงเพื่อป้องกันแมลง รวมถึงการตกแต่งภายใน ถึงแม้จะมีการตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่เมื่อเข้ามายังได้กลิ่นอายความเป็นบ้านแบบฮอบบิทอีกด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องก็มีครบครันค่ะ ทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น อ่างอาบน้ำ ไดร์เป่าผม ตู้เย็น มินิบาร์ ภาชนะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีมุมนั่งเล่นเล็กๆ ทั้งในห้องและระเบียงหน้าห้องให้เราได้นั่งเล่นกันอีกด้วย

ถัดมาเป็นบ้านไม้ขนาดน่ารัก ราคาวันจันทร์-วันพฤหัสบดี 3,000 บาท ราคาวันหยุดเทศกาล 3,500 บาท ราคานี้รวมอาหารเช้าแล้ว ห้องนี้พักได้ 2 ท่านค่ะ (เสริมได้ 1 ท่าน ราคา 800 บาท รวมอาหารเช้า) เป็นบ้านไม้ที่มีชานระเบียงอยู่ด้านหน้า ภายในจัดสรรพื้นที่ได้อย่างดี แบ่งเป็นโซนนั่งเล่น โซนเตียงนอน และโซนห้องน้ำค่ะ ซึ่งเตียงนอนของห้องนี้ก็มีมุ้งกระโจมเช่นเดียวกัน เตียงนอนนุ่ม หลับสบายยย ~

ในส่วนของห้องน้ำของบ้านไม้ก็จะคล้ายห้องน้ำของของบ้านดินเลย คือ จะมีอ่างอาบน้ำไว้ให้เรานอนแช่ผ่อนคลาย…สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องก็มีครบเลย ทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น อ่างอาบน้ำ ไดร์เป่าผม ตู้เย็น มินิบาร์ และภาชนะ เป็นต้น

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

ชมห้องพักกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะพามาดูส่วนกลางกันบ้าง เริ่มต้นกันที่โซนที่นั่งเปลตาข่ายที่มาพร้อมกับบีนแบ็กเบาะใหญ่ให้เราได้นั่งชมวิวธรรมชาติ และนอนฟังเสียงธารน้ำไหลตลอดทั้งวัน หรือจะเป็นมุมชิงช้า จะนั่งเล่นแกว่งไปมาเอื่อยๆ ก็ฟินเช่นเดียวกันค่า แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ มุมสระว่ายน้ำ เพราะสระว่ายน้ำของที่นี่รูปร่างแปลกตาเป็นสระว่ายน้ำครึ่งวงกลม สามารถว่ายน้ำพร้อมชมวิวธรรมชาติได้แบบ 180 องศาเลยค่า

แต่ถ้าใครมาที่นี่แล้วไม่ขึ้นไปนั่งชิลที่ร้านกาแฟเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ซึ่งร้านกาแฟของที่นี่เปิดมาเป็นปีที่ 3 แล้ว และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นร้านกาแฟสไตล์คันทรี ตัวร้านจะเป็นอิฐมอญแดงทั้งหลัง ภายในมีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะและแบบเปลตาข่าย สามารถชมวิวได้ 180 องศา

เดินไปเดินมาท้องก็เริ่มร้องหิวแล้ว เราเลยลงไปทานอาหารกันที่ร้านอาหารของบ้านเล็กกลางหุบเขาค่ะ ซึ่งเมนูอาหารของทางร้านจะเน้นเป็นอาหารไทย อาหารใต้ และอาหารยุโยป รวมถึงมีอาหารจานเดียวด้วย ซึ่งเมนูที่เราสั่งมาทานกันในวันนี้มีด้วยกัน 4 เมนูค่ะ คือมีสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า สลัดกุ้ง ต้มยำทะเลน้ำใส และปลาสึนามิ แตระหว่างรออาหารเราเหลือบไปเห็นชิงช้าแบบ Bali Swing จึงขอไปเล่นระหว่างรออาหารกันสักหน่อย สำหรับใครที่กลัวว่าจะปลอดภัยมั้ย บอกได้เลยว่าปลอดภัยแน่นอนมีระบบเซฟตี้อย่างดี

นอนแปลสุดชิล ชมวิวภูเขา Little House in the Valley

เล่นไปได้สักแปป อาหารก็มาเสิร์ฟแล้วค่ะ มาเริ่มที่จานแรกสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า สปาเก็ตตี้จานใหญ่ที่ใส่เครื่องแฮมมาแบบแน่นๆ รสชาติกลมกล่อมไม่เลี่ยนจนเกินไป ถัดมาเป็นเมนูเฮลตี้สำหรับคนรักสุขภาพ สลัดกุ้ง สลัดที่เต็มไปด้วยผักหลากหลายชนิดพร้อมกับกุ้งสดเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสลัดครีม เมนูถัดไปเป็นต้มยำทะเลน้ำใส ต้มยำน้ำใสชามใหญ่ที่ไม่หวงเครื่องเลยค่ะ จัดเต็มทั้งเครื่องสมุนไพร เห็ด และซีฟู้ดสดๆ รสชาติจี๊ดจ๊าด เปรี้ยวเผ็ดครบรส ! และเมนูสุดท้ายปลาสึนามิ หรือปลากระพงสามรส ทางร้านเลือกใช้ปลากระพงไซส์กลางไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ทอดจนเหลืองกรอบราดด้วยซอสสามรสสูตรพิเศษของทางร้านที่ตัวซอสจะมีกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ผสมอยู่ด้วย รสชาติหวานเปรี้ยวเค็ม กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยกำลังพอดีเลยค่า

แชร์บทความนี้