วิหารเทพวิทยาคม จังหวัดนครราชสีมา

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

เพียงแค่ปากทางเดินเข้าสู่ “วิหารเทพวิทยาคม” แห่ง วัดบ้านไร่ ผู้มาเยือนก็คงตะลึงกับผลงานปั้น ที่สร้างสรรค์อย่างวิจิตร คือ พญานาค 19 เศียร จำนวน 2 ตน สื่อถึงมงคล 38 ประการตามหลักพุทธศาสนา ส่วนวิหารขนาดใหญ่ที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้านั้น โดดเด่นด้วยรูปทรงเศียรช้างเอราวัณขนาดมหึมา ที่โดยรอบเต็มไปด้วยรายละเอียดการตกแต่งแฝงคติธรรมตามจินตนาการของศิลปิน เช่น ซุ้มประตูมหาบารมีทั้ง 4 ทิศ ภาพจิตรกรรมมีเนื้อหาเป็นภพชาติของพระพุทธเจ้า

วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ แห่งนี้สร้างขึ้นในโอกาสที่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ มีอายุครบ 90 ปี เมื่อปี 2556 วัตถุประสงค์การสร้างตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ต้องการจะให้เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก และเป็นดั่งอุทยานธรรม ซึ่งด้วยแรงศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ทั้งศิลปิน ช่างพื้นบ้าน รวมถึงชาวบ้านทั่วไป ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ก่อเกิดเป็นงานพุทธศิลป์ที่ครองความเป็นที่สุด ไม่เฉพาะแค่ในเมืองไทยเท่านั้น เพราะเป็นความอลังการในรูปแบบประติมากรรมปูนปั้นประดับด้วยเซรามิกที่มีขนาดสูงใหญ่ระดับโลก และใช้จำนวนชิ้นเซรามิก ประมาณ 20 ล้านชิ้น

การสร้างใช้เทคนิคการติดเซรามิกแบบเบญจรงค์ ครองตำแหน่งพุทธสถานในนิกายเถรวาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นวิหารธรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ภายในวิหารเทพวิทยาคม  4 ชั้น มีงานจิตรกรรมร่วมสมัย ถ่ายทอดพุทธประวัติ พระธรรมคำสอนจากพระไตรปิฏก ส่วนชั้นดาดฟ้า เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อโลหะพระพุทธรูปปางลีลา และรูปหล่อโลหะหลวงพ่อคูณ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะไปพร้อมกับชมทัศนียภาพของวัดบ้านไร่ในมุมสูง

เที่ยววิหารเทพวิทยาคม แหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ศาสนา และศิลปะ แห่งอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มรดกทางวัฒนธรรมของหลวงพ่อคูณที่ตกทอดสู่เหล่าพุทธศาสนิกชนมาถึงปัจจุบัน

ภายหลังจากการมรณภาพของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เกจิชื่อดังของเมืองไทย ที่มีลูกศิษย์มากมายที่ให้การเคารพนับถือ หลักธรรมคำสอนของท่าน ยังคงเป็นหลักธรรมประจำใจที่ใครต่อใครต่างยึดถือและปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน หากแต่มรดกทางภูมิปัญญาอีกหนึ่งอย่างที่ท่านได้ทิ้งไว้ให้กับพวกเรา นอกเหนือจากวัดบ้านไร่ และพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แล้ว หากแต่ยังมี “วิหารเทพวิทยาคม” มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สร้างขึ้นจากปณิธานของตัวท่านเอง

วิหารเทพวิทยาคม ตั้งอยู่ที่วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ต้องการจะให้เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ทั้งหมด

ความสวยงามและโดดเด่นของวิหารเทพวิทยาคม เห็นจะหนีไม่พ้น…การรังสรรค์อันแสนงดงามของศิลปะแทบทุกแขนง มีลักษณะป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ อาคารทรงกลม มีทั้งหมด 4 ชั้น (ไม่รวมชั้นใต้ดิน) ซึ่งแต่ละชั้นมีความสวยงามและน่าสนใจแตกต่างกันไป รวมถึงยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกมากมาย เช่น เรื่องราวพุทธประวัติ, เรื่องราวของพระวินัยปิฎกและวิวัฒนาการของพระพุทธศาสนาหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และเรื่องราวของพระธรรมปิฎก เป็นต้น ทั้งนี้แต่ละชั้นของวิหารเทพวิทยาคมประกอบด้วยสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

ชั้นใต้ดินของวิหารเทพวิทยาคม

ชั้นใต้ดินของวิหารเป็นส่วนจัดแสดงและให้ผู้เข้าชมได้เลือกรับของที่ระลึกจากเงินทำบุญของท่านผู้เข้าชมเอง บรรยากาศโดยรอบจัดตกแต่งให้เสมือนท่านได้อยู่ในท้องนทีอันศักดิ์สิทธิ์ หรือโลกใต้บาดาล โดยของที่ระลึกอันเป็นมงคลนั้น ผู้เข้าชมสามารถเลือกได้ตามความหมายอันเป็นสิริมงคลตามที่ท่านต้องการ ซุ้มของที่ระลึกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ

 

ส่วนแรก ๆ คือ บริเวณโถงกลาง เรียกว่า ซุ้มของที่ระลึก เพชร 7 สี มณี 7 แสง เป็นการบูชาลูกปัดสีต่าง ๆ โดยเลือกเสี่ยงทายตามสถานะหรืออาชีพการงานของบุคคลนั้น ๆ

 

ส่วนที่ 2 รายล้อมโซน เพชร 7 สี มณี 7 แสง ประกอบไปด้วย เจ็ดสิ่งนำโชคในโลกใต้บาดาล อันมีความหมายมงคลตามความเชื่อจากหลากหลากประเทศในโลก ได้แก่

 

1. มังกร+ลูกแก้ว : ขอพรและคำทำนาย เรื่องความมีโชคลาภ วาสนา

2. พญานาค : ขอพรและคำทำนาย เรื่องร่ำรวยเงินทอง

3. ปลาอานนท์ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องสุขภาพ ความแข็งแรง มีกำลัง

4. จระเข้ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องการสะสมบุญ ความเมตตา เพื่อจะได้รับเมตตาจากเจ้านายและเป็นที่รัก

5. พญาเต่า : ขอพรและคำทำนาย เรื่องอายุยืน

6. ปลาม้าน้ำ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องชีวิตคู่ยาวนาน สันติภาพ มิตรภาพ

7. ปะการังแดง : ขอพรและคำทำนาย เรื่องเดินทางปลอดภัย

ชั้น 1 วิหารเทพวิทยาคม

“ภาพพุทธประวัติและต้นโพธิ์อธิษฐาน” ความงามสุดแล้วแต่ปัจเจกมอง แต่ความหมายยิ่งใหญ่แห่งพุทธประวัติ…คงอยู่ชั่วกาลนาน

ภาพที่ 1 พุทธอนุโมทนา (ประสูติ)

ภาพที่ 2 พุทธปัญญา (ตรัสรู้)

ภาพที่ 3 พุทธปาฏิหาริย์ (เผยแผ่พระพุทธศาสนาแด่เหล่าเทวดา)

ภาพที่ 4 พุทธบารมี (เผยแผ่พระพุทธศาสนาแด่เหล่ากษัตริย์และนักบวช)

ภาพที่ 5 พุทธปีติ (เผยแผ่พระพุทธศาสนาแด่ชาวบ้าน หมู่มาร และนักบวช)

ภาพที่ 6 ปฐมพุทธศาสน์ (ปรินิพพาน)

ทั้งนี้ เพดาน ภายในห้องจัดแสดงภาพพระพุทธประวัติและต้นโพธิ์อธิษฐาน แสดงถึงบารมีแห่งพระพุทธองค์ เมื่อทรงตรัสรู้แล้วแผ่ไพศาลไปทั่วจักรวาลบรรยากาศ ค่อย ๆ สูงขึ้น จนเหนือชั้นฟ้า เหนือเมฆ ไปจนอสงไขย ไม่มีที่สิ้นสุด

ชั้น 2 วิหารเทพวิทยาคม

“พระวินัยปิฎก นิทรรศการ พระราชาผู้ทรงธรรม และห้องโถงแห่งธรรม”

โดยรอบนำเสนอเรื่องราวของพระวินัยปิฎก และวิวัฒนาการพระพุทธศาสนา หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน อาทิ ศีล 227 ข้อ และเรื่องราวของนิกายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตีความพระวินัยและพระธรรมคำสอนในหลากหลายแง่มุม ส่วนพื้นที่สงบเงียบตรงกลางนั้นเป็นพื้นที่โล่งให้สาธุชนได้อธิษฐานจิต เพื่อเป็นกุศลแก่ตนเอง

ส่วนห้องบริเวณเศียรช้าง เป็นห้องพระราชาผู้ทรงธรรม อันจะเนรมิตให้เป็นนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา ซึ่งท่านคือผู้นำแนวทางแห่งอริยสัจ 4 มาดำเนินเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้พ้นทุกข์ อันจะได้เห็นจากโครงการในพระราชดำริที่เกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้ปวงชนได้พ้นจาก “ความจน” มาเป็น “ความพอ”

ชั้น 3 วิหารเทพวิทยาคม

“เรื่องราวของพระธรรมปิฎก พระธรรมขันธ์”

จิตรกรรมวิจิตรบนเพดานชั้น 3 เป็นใบโพธิ์มากกว่า 84,000 ใบ เพื่อสอดแทรกคำสอนเรื่องของความเพียร เรียนรู้พระธรรม และยังเป็นเครื่องเตือนใจพุทธศาสนิกชนว่า พระองค์มิได้มุ่งแต่ถ่ายทอดแก่นพระธรรมตามที่พระองค์ทรงตรัสรู้ หากแต่สั่งสอนพระธรรมตามจริตของผู้สดับธรรมนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น พระธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์นั้นเพื่อสั่งสอนผู้คนตามจริต ซึ่งจริตของแต่ละปัจเจกนั้นมิได้เหมือนกันเป็นแบบแผนเดียวกัน การเผยแพร่พระธรรมจึงมิได้มุ่งแต่เพียงเผยแพร่แก่นด้วยวิธีเดียว แต่วิธีในการเผยแพร่ต่อ แต่ละบุคคลก็มีความสำคัญในการที่จะทำให้บุคคลนั้น ๆ เข้าใจซึ่งพระธรรมด้วย

ชั้นดาดฟ้า วิหารเทพวิทยาคม

“ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และรูปหล่อปิดทองคำหลวงพ่อคูณ”

ณ ชั้นบนสุดของหอเทพวิทยาคม ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปหล่อหลวงพ่อคูณปิดทองคำ มองสู่เบื้องล่างเพื่อประสาทพรแก่สาธุชนชั่วกาลนาน

นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ วิหารเทพวิทยาคมยังมีเทพพญาสัตว์ต่าง ๆ ให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นปริศนาธรรมให้ค้นหา เช่น พญานาค เปรียบเสมือนโอบอุ้มธรรมะของพระพุทธเจ้า สะพานพญานาคคือ ทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกธรรมะ, เทพจำแลง สุนัข 3 หัวเฝ้าประตูนรก แต่ละตัวมีชื่อว่า อนิจจัง ทุกขัง และ อนัตตา ซึ่งมีความหมายแห่งการปล่อยวาง, พญาแร้ง สะท้อนให้ระลึกถึงกิเลสที่ชอบซุกอยู่ในใจคนมากที่สุดคือ โลภะ โทสะ และช้างเอราวัณ เป็นต้น

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมาสัมผัส

วิหารเทพวิทยาคม ประกอบขึ้นด้วยโมเสกมากกว่า 20 ล้านชิ้น และใช้แรงงานชาวบ้านเป็นผู้ติดอย่างละเอียดด้วยจิตศรัทธาและสมาธิ เพราะ 1 วัน 1 คน สามารถติดเซรามิกโมเสกชิ้นเล็กที่สุดเท่าเม็ดถั่วเขียวได้เพียงไม่เกิน 1 ตารางเมตร

อย่างไรก็ตามสำหรับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจขอเข้าชม ให้ส่งหนังสือแจ้งความจำนงพร้อมจุดประสงค์ในการเข้าชมล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และทีมงานมัคคุเทศก์น้อย จัดสรรเวลาและเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ส่วนกิจกรรมบุญอิเล็กทรอนิกส์ตามจุดต่าง ๆ ภายในวิหาร กำหนดให้ใช้บัตรเติมบุญ เริ่มต้นความศรัทธาราคา 30 บาท โดยจะเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

ที่พัก

1.บุญยกรีสอร์ท

วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ • อยู่ห่างออกไป 13.2 กม.

ห้องพักสะอาดคุณป้าที่ดูแลที่พักใจดีและน่ารักค่ะ แนะนำในห้องพักน่าจะมีกาต้มน้ำร้อนและแก้วกาแฟไว้บริการด้วยนะคะเพราะว่าตอนเช้าก่อนเดินทางต้องการกาแฟมากๆ

ข้อมูลติดต่อและที่อยู่

ตำบล ด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด นครราชสีมา 30210

086 865 8488

 

แชร์บทความนี้