รูปแบบและกิจกรรมที่เหมาะสมกับ การท่องเที่ยว

รูปแบบและกิจกรรมที่เหมาะสมกับ การท่องเที่ยว นอกจากประโยชน์ของการท่องเที่ยวแล้ว ปัจจุบันก็มีการจำแนกลักษณะรูปแบบของการท่องเที่ยวออกมาด้วย ทั้งนี้เพื่อที่จำกำหนดเป้าหมายของกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน ว่าชอบเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหน ซึ่งมีอยู่หลากหลายรูปแบบ แต่โดยหลักๆที่องค์การท่องเที่ยวโลก กำหนดรูปแบบไว้มีอยู่ 3 หลักคือ

1.รูปแบบการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติ
2.รูปแบบการท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรม
3.รูปแบบการท่องเที่ยวในความสนใจพิเศษ

(special interest tourism) ซึ่งแต่ละรูปแบบก็แตกยิบย่อยลักษณะและรูปแบบลงไปอีก และสำหรับเพื่อนๆเหล่าผู้รักการทัศนาจรคนใน ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นชอบหรือจัดอยู่ในการท่องเที่ยวแบบใหน วันนี้คุณนายเว่อร์ เธอขอเป็นคนบ้า ขอมาแนะนำ 10 รูปแบบการท่องเที่ยวยอดนิยม ที่คนชอบเดินทางไปกันมากที่สุด มาให้อ่านฆ่าเวลากันดังนี้ค่ะ

1.การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro tourism) หนึ่งในการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักเดินทางมากที่สุด ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร คือ การเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรมสวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จและเพลิดเพลินในสวนเกษตร รวมทั้งให้ผู้ที่เดินทางไปได้รับความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดลอมของสถานที่แห่งนั้น และยังช่วยกระตุ้นให้รักการทำเกษตรด้วยตัวเองอีกด้วย

ยกตัวอย่างเช่น เที่ยวชมโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดําริ จังหวัดเพชรบุรี,โครงการหลวงดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

2.การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) สำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ คือ การท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวของภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วม ของท้องถิ่นเพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศให้คงอยู่สืบไป และทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวนอกจากได้พักผ่อน แล้วยังได้รับความสาระความรู้ดีๆจากการท่องเที่ยวลักษณะนี้ด้วย

ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาตอ่างกาที่ยอดดอยอินทนนท์, การเดินป่าที่เขาใหญ่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น

3.การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (Marine ecotourism) หมายถึงการท่องเที่ยว อย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศทางทะเล โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวของภายใต ้ การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอยางยั้งยืนต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางศึกษาป่าชายเลนและสัตว์น้ำทางทะเลที่ศูนย์พัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จังหวัดบุรี, เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาแหลมหญ้า จังหวัดระยอง, เส้นทางศึกษาธรรมชาติโครงการปลูกป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง ก็เป็นหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้คนมีจิตสำนึกและรักษาระบบนิเวศทางทะเล

4.การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (historical tourism) หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ เพื่อชื่นชมและเพลิดเพลินในสถานที่ท่องเที่ยวได้ความรู้มีความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์และโบราณคดี ในท้องถิ่นพื้นฐานของความรับผิดชอบ และนักเดินทางก็มีจิตสํานึกต่อการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่า ของสภาพแวดลอมโดยที่ประชาชนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมต่อการจัดการการท่องเที่ยว

ยกตัวอย่างเช่น การเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร,อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น

5.การท่องเที่ยวงานชมวัฒนธรรมและประเพณี (cultural and traditional tourism) หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อชมงานประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ จัดขึ้น ได้รับความเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจในสุนทรียะศิลป์เพื่อศึกษาความเชื่อ การยอมรับนับถือ การเคารพพิธีกรรมต่างๆ และได้รับความรู้มีความเข้าใจต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรม มีประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นบนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสํานึกต่อการรักษาสภาพแวดลอมและมรดกทางวัฒนธรรม โดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมตอการจัดการท่องเที่ยว

ยกตัวอย่างเช่น การเที่ยวชมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาในจังหวัดอุบลราชธานี,ประเพณีงานลอยกระทงที่จังหวัดสุโขทัย,ประเพณีสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่,ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม,ประเพณีวันสารทเดือนสิบ นครศรีธรรมราช เป็นต้น

6.การท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท (rural tourism / village tourism) หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ชนบทที่มีลักษณะวิถีชีวิต และผลงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ มีความโดดเด่นเพื่อความเพลิดเพลินได้ความรู้ดูผลงานสร้างสรรค์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกต่อการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าของสภาพแวดล้อม โดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการการท่องเที่ยว

ยกตัวอย่างเช่น การเที่ยวหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆทางเหนือของไทย, การเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนชาวภูไท ในจังหวัดนครพนม เป็นต้น

7.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health tourism) หมายถึงการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติและแหล่งวัฒนธรรม เพื่อการพักผ่อนและเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพกายใจได้รับความเพลิดเพลิน และสุนทรียภาพ มีความรู้ต่อการรักษาคุณค่า และคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตสำนึก ต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยประชาชนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมต่อการจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน อนึ่ง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้บางแห่งอาจจัดรูปแบบเป็นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและความงามได้อีกด้วย (health beauty and spa)

ยกตัวอย่างเช่น เที่ยวบ่อน้ำพุร้อน เพื่อบำบัดร่างกาย,การเที่ยวทะเล นอนอาบแดด นวดตัว ทำสปา,การเที่ยวชมป่า เพื่อรับอากาศอันบริสุทธิ์ ก็เป็นการพักผ่อนเพื่อรักษาสุขภาพกายและใจด้วยเช่นกัน

8.การท่องเที่ยวแบบผจญภัย (adventure travel) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยว ไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ ที่นักท่องเที่ยวได้ได้เดินทางไปเที่ยวแล้ว ได้รับความสนุกสนาน ความตื่นเต้น หวาดเสียว ผจญภัย มีความทรงจําดี และมี ความปลอดภัย และได้ประสบการณ์ใหม่ๆจากการท่องเที่ยวประเภทนี้

ยกตัวอย่างเช่น การปีนหน้าผา,การเดินป่า,การล่องแก่งไปตามลำแม่น้ำ,การเดินชมถ้ำหินงอกหินย้อย,การลอดถ้ำต่างๆ เป็นต้น

9.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (sports tourism) หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ ในประเภทกีฬา เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน การเล่นกอล์ฟ การดําน้ำดูปะการัง เป็นต้น ให้ได้รับความเพลิดเพลินความสนุกสนานตื่นเต้น ได้รับประสบการณ์และความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ่ม มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งมีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการการท่องเที่ยวนี้อีกด้วย

เช่น การร่วมออกกำลังการเดินวิ่งตามโครงการต่างๆ ก็ช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่เดินทางไปเที่ยว มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ให้ท้องถิ่นนั้นๆด้วย ยกตัวอย่างเช่น หัวหินมาราธอน,พัทยามาราธอน เป็นต้น

10.การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ (home stay & farm stay) อีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน สำหรับการท่องเที่ยวแบบโฮมเสตย์ ก็คือ นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้ชิดกับครอบครัว ในท้องถิ่นที่ไปเยือนเพื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้รับประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มขึ้น โดยมีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการจัดการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนและมั่งคง