พระธาตุนคร จังหวัดนครพนม

สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน จังหวัดนครพนม

พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ถ.สุนทรวิจิตร  บริเวณริมฝั่งโขง พระธาตุนคร มีลวดลายอันวิจิตรบรรจงตระการตา ลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปทรงตามแบบพระธาตุพนม  หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดนครพนม จึงไม่ควรพลาดที่จะไปกราบสักการะพระธาตุนคร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว คนใกล้ชิด อธิษฐานจิตให้ดำรงชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท เร่งทำความดีเพื่อสะสมเป็นพลังบุญไว้แก่ตนเองในภายภาคหน้า

พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมือง บริเวณริมฝั่งโขง ภายในองค์ พระธาตบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ถวายผู้ที่ไป นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ เสริมบุญบารมี และมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน
สิ่งของบูชาพระธาตุ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ธูป 10 ดอก เทียน 2 เล่ม

พระธาตุนคร มีลวดลายอันวิจิตรบรรจงตระการตา ลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปทรงตามแบบพระธาตุพนม องค์เดิมรูปทรงตั้งบน ฐานใหญ่2ฐาน ต่อลดหลั่นกันตามลำดับ  แต่ละฐานมีรูปประตูอยู่ตรงกลางบนประตูเป็นรูปคล้ายบัวบาน  มีรูปและลายต่าง ๆ ข้างประตู ทำเป็นลายเครือไม้ดอกไม้ผลรูปพระราชาทรงช้างทรงม้าต่อจากฐานใหญ่ทั้งสองขึ้นไปแล้วก็มีลักษณะแหลมเรียวขึ้น ไปตามลำดับ  ตอนกลางในด้านทั้งสี่วิจิตรไปด้วยหมู่ดาวกระจาย (ดอกกระจับ) สูงถัดขึ้นไปทำเป็นรูปตู้หนังสือ พระไตรปิฎกโบราณ ต่อขึ้นไปอีกแล้ว ทำเป็นรูปลักษณ์คล้ายกลีบบัวอีก  ที่ยอดสุดก็คล้ายดอกบัวตูมต่อจากนี้จึงเป็นฉัตรทองแดงเหลืองเจ็ดชั้น  ยอดฉัตรนี้มี ลูกแก้วเจียระไน  1ดวงอยู่สูงสุดยอด  ฐานมีกำแพงล้อมรอบ ทั้ง 4 ด้าน   มีซุ้มประตูอยู่ตรงการทุกด้านเหนือซุ้มประตูมีรูปปั้นเทพนั่ง ขัดสมาธิประนม มือ(เทพพนม)ซึ่งเป็นเทพมเหศักดิ์พิทักษ์ พิทักษ์รักษาองค์พระธาตุ ที่มุมกำแพงมีเสาสูงขึ้นแล้วทำเป็นดอกบัวตูม บนยอดเสานอกกำแพง มีธาตุดูกล้อมอีกชั้นหนึ่งบนธาตุนั้นเป็นที่สำหรับ วางดอกไม้ธูปเทียนในคราวมีงานพิธีต่าง ๆ

พระธาตุเจดีย์องค์นี้ก่อสร้างเสร็จสิ้นลงในวันเดือนเพ็ญของปี พ.ศ. 2465 จึงได้มีการกำหนดวันที่จะทำการฉลอง เพื่อบรรจุพระอรหันต สารีริกธาตุพร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำและเงินบรรจุผอบไม้จันทร์แดงที่ได้มาจากพระธาตุเจดีย์องค์เดิมนั้นเอง ทั้งยังได้เปิดโอกาส ให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้นำเครื่องลางของขลังครุฑ ขอ นอ งา ตะกรุด หรือเพชรนิลจินดาเงินทองตลอดจน พระพุทธรูป เก่าแก่ และของมีค่าอื่นๆบรรจุไว้ในองค์พรธาตุ โดยมีงานฉลองสมโภชซึ่งถือเป็นงานประจำปีในวันขึ้น15ค่ำ เดือน5ของทุก ๆ ปี อายุ ราว70 -80ปี  หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดนครพนม จึงไม่ควรพลาดที่จะไปกราบสักการะพระธาตุนครครั้งหนึ่ง เพื่อเป็น สิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และคนใกล้ชิด อธิษฐานจิตให้ดำรงชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท เร่งทำความดีเพื่อสะสมเป็นพลังบุญไว้แก่ ตนเองในภาย ภาคหน้า

ประวัติ ในระยะแรกที่พระยามหาอำมาตย์(ป้อม) สร้างเมืองนครพนม ขึ้นนั้น มีเพียง วัดมหาธาตุ วัดเดียวเท่านั้นจึงขนามนามว่า วัดมิ่งเมือง(คือวัดมหาธาตุในปัจจุบัน) เป็นวัดใหญ่ประจำเมืองเป็นศูนย์กลางการปกครองการศึกษา มีพระมหาเถระ มีครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ปกคองดูแลและอำนวยการศึกษาอยู่เป็นประจำ และเป็นที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการใหญ่น้อย ยุคต่อมา วัดมิ่งเมือง ชาวบ้นทั่วไปเรียกกันติดปากว่า วัดธาตุ ทั้งนี้เพราะผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสู่ลูกหลานฟังเป็นทอดๆ มาว่าที่วัดมิ่งเมืองนี้ มีพระอรหันต์ สารีริกธาตุ บรรจุอยู่ในธาตุเจดีย์องค์หนึ่งในบริเวณวัดมิ่งเมือง มีเจดีย์ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง หลายสิบองค์ เจ้าบ้านผู้ปกครองบ้านเมืองแต่ก่อนนิยมสร้างเจดีย์เป็นที่บรรจุอิฐของบิดามารดาปู่ย่าตายายใว้ในวัด ยิ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่บ้านก็นิยมสร้างใว้ในวัดใหญ่ วัดมิ่งบ้านมิ่งเมือง เห็นว่าสมเกียรติ เป็นที่เชิดหน้าชูตามีสง่าราศรี ความนิยมเช่นนี้ก็เลยลุกลามมาถึงประชาชนทั่วไปใครสามารถพอจะทำได้ก็ทำ และตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ในวัดจึงเต็มไปด้วยธาตุเจดีย์ สร้างขึ้นมาเพื่อบรรจุอิฐ ซึ่งไม่เป๋นระเบียบเหมือนในปัจจุบัน
ปี พ.ศ. 2462 พระครูพนมคณาจารย์เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุและเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คือพระยาพนมครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรภ) ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่หลักบ้านหลักเมืองและนิมนต์พระสงค์ พระผู้ใหญ่ในวัดเข้าร่วมประชุม โดยได้แถลงต่อที่ประชุมว่าอยากจะรื้อถอนธาตุเจดีย์เก่าแก่ คร่ำคราอันระเกะระกะไม่เป็นระเบียบอยู่ในวัดมากมาย เฉพาะอย่างยิ่งอยู่แถวมุมโบสถ์ด้านเหนือและด้านตะวันออก แล้วสร้างพระธาตุนครขึ้นมาใหม่
ในการสร้างพระธาตุเจดีนี้ ในส่วนที่เป็นลวดลายอันวิจิตรบรรจงตระการตาตลอดจนถึงทรวดทรงขนาดและสัดส่วนนั้น เป็นฝีมือของญาท่าวบุ บ้านหว้านใหญ่ อำเภอมุกดาหาร และญาท่าวม้าว บ้านเสาเล้า อำเภอท่าอุเทน

หลักฐาน พระธาตุนคร มีลักษณะสี่เหลี่ยวจตุรัส กว้างด้านละ 5.85 เมตร สูง 24.00 เมตรมีรูปร่างตามพระธาตุพนมองค์เดิม รูปทรงตั้งบนฐานใหญ่ 2 ฐาน ต่อลดหลั่นกันตามลำดับ แต่ละฐานมีรูปประตูอยู่ตรงกลางบนประตูเป็นรูปคล้ายบัวบาน มีรูปและลายต่างๆ ข้างประตูทำเป็นเครื่องไม้ดอกไม้ผล รูปพระราชาทรงช้างทรงม้า ต่อจากฐานใหญ่ทั้ง 2 ขึ้นไปแล้วก็มีลักษณะแหลมเรียวขึ้นตามลำดับตอนกลางในด้านทั้ง 4 วิจิตรไปด้วยหมู่ดาวกระจาย(ดอกกระจับ) ทำเป็นมุมเล็กเรียวขึ้นไปอีก แล้วทำเป็นรูปลักษณ์คล้ายกลีบบัวอีก ที่ยอดสูงก็คล้ายดอกบัวตูม ต่อจากนี้จึงเป็นฉัตรทองแดงเหลือง 7 ชั้น ยอดฉัตรนี้มีลูกแก้วเจียรไน 1 ดวง อยู่สูงสุดยอด
ฐานมีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประตูอยู่ตรงกลางทุกด้าน เนือซุ้มประตูมีรูปปั้นเทพนั่งขัดสมาธิประนมมือ(เทพพนม) ซึ่งเป็นเทพมเหศักดิ์รักษาองค์พระธาตุที่มุมกำแพงมีเสาสูงขึ้นแล้ว ทำเป็นดอกบัวตูมบนยอดเสาภายในกำแพงกว้างด้านละ 13.30 เมตร นอกกำแพงมีธาตุดูกล้อมอีกชั้นหนึ่ง บนธาตุนั้นเป็นที่สำหรับวางดอกไม้ ธูปเทียนนคราวมีงานพิธีต่างๆ
พระธาตุเจดีองค์นี้ ก่อสร้างเสร็จสิ้นลงในวันเพ็ญเดือนของปี พ.ศ. 2465 จึงได้มีการกำหนดวันที่ทำการฉลอง เพื่อบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำและเงินบรรจุผอบไม้จันทร์แดงที่ได้มาจากพระธาตุเจดีย์ องค์เดิมนั่นเอง ทั้งยังได้เปิดโอกาศให้ประชาชนผู้มีจิตเลื่อมใสได้นำเครื่องลางของขลัง ครุฑ ขอ นอ งา ตระกรุด หรือเพชรนิลจินดาเงินทองตลอดจนพระพุทธรูปเก่าแก่ และของมีค่าอื่นใดที่พระสงฆ์ ฉลองสมโภชซึ่งถือเป็นงานประจำปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกๆ ปี

อายุราว 70-80 ปี

แชร์บทความนี้