บ้านป่าเหมี้ยง จังหวัดลำปาง

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดลำปาง

“บ้านป่าเหมี้ยง” เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่บนดอยท่ามกลางหุบเขา ในเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง หลายๆ คนที่เดินทางมาพักผ่อนที่บ้านป่าเหมี้ยง ส่วนใหญ่ก็จะมากันช่วงเทศกาลดอกเสี้ยวบาน ประมาณช่วงมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ แต่บอกเลยว่าถ้ามาเที่ยวช่วงหน้าฝนก็ดีไม่แพ้กัน ทั้งความเขียวของภูเขา ต้นไม้ คงามเงียบสงบ อากาศที่สดชื่น เย็นสบาย และที่สำคัญผู้คนที่นี่น่ารักมาก ต้อนรับ ดูแลเป็นอย่างดี

พันธุ์ไม้น้อยใหญ่ปกคลุมพื้นที่จนเขียวขจี มีเสียงธารน้ำไหลให้ฟังตลอดวัน และบ้านเรือนตั้งลดหลั่นกันไปตามแนวภูเขา ที่นี่คือ ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง ตั้งอยู่บนภูเขา ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและพอเพียง อาชีพหลัก คือ การทำไร่เหมี้ยง ปัจจุบัน ชุมชนเปิดพื้นที่เป็นโฮมสเตย์ให้คนภายนอกเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิต ด้วยการให้ร่วมทำผลิตภัณฑ์จากใบเหมี้ยง ตั้งแต่เก็บใบเหมี้ยงจนถึงการแปรรูปเป็นหมอนใบชาและชาชงสำหรับดื่ม แล้วมารับประทานอาหารพื้นเมืองที่ใช้ใบเหมี้ยงเป็นวัตถุดิบ รุ่งเช้าของอีกวันขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วฝิ่น จุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชน การมาพักผ่อนที่บ้านป่าเหมี้ยงนั้น ทำให้ได้เห็นถึงการพึ่งพิงกันระหว่างคนและธรรมชาติ การใช้ชีวิตอย่างไม่รบกวนสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา

บ้านป่าเหมี้ยงเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่หลังทิวเขาในอ้อมกอดของผืนป่า ผู้คนหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยลมหายใจแห่งความสุขและวิถีชีวิตพอเพียง ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเก็บใบชาป่า ซึ่งนำมาแปรรูปเป็นของกินเล่นของคนภาคเหนือที่เรียกว่า “เหมี้ยง” หรือ “เมี่ยง” ในภาษากลาง จนเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านป่าเหมี้ยง”

ปลายฝนต้นหนาวนี้ อยากชวนคุณมาเที่ยว! ทดลองเก็บใบเมี่ยง ชิมอาหารพื้นบ้านแสนอร่อย พักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติอันเย็นฉ่ำของผืนป่า แล้วดื่มด่ำความสุขแบบช้าๆ ให้เต็มอิ่ม!

รู้จักกับ บ้านป่าเหมี้ยง

เส้นทางสู่บ้านป่าเหมี้ยงใช้ทางหลวงหมายเลข 1252 จะตัดผ่านผืนป่าอันหนาทึบของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สองข้างทางมีหญ้าดอกขาวปลิวไหวตามแรงลม ก่อนถึงหมู่บ้านจะผ่านลานดอกเสี้ยว ซึ่งดอกไม้นี้จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่นี่จึงเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลวันดอกเสี้ยวบาน

ที่บ้านป่าเหมี้ยงมีโฮมสเตย์ให้พักหลายหลัง จัดการโดยคนในชุมชน ซึ่งต้องติดต่อมาล่วงหน้า เมื่อจัดแจงนำสัมภาระเข้าเก็บในบ้านแล้วชาวบ้านชวนเราเดินชมบรรยากาศหมู่บ้าน ความที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่นี่จึงร่มรื่นด้วยพรรณไม้หลายขนาด ตั้งแต่ไม้น้ำเล็กๆ ที่พลิ้วไหวอยู่ในลำธารไหลเย็นไปจนถึงไม้ใหญ่ขนาด 10 คนโอบ

ผืนป่ารอบบ้านป่าเหมี้ยงจัดเป็นป่าต้นน้ำระดับ 1-A ของแม่น้ำวัง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์จากชาวบ้านในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะการทำเหมี้ยงต้องอาศัยร่มไม้ใหญ่ค่อนข้างหนาทึบในป่าดิบเขา ที่ความสูงระดับ 900-1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล และระบบรากของเหมี้ยงต้องรับอาหารและแร่ธาตุผ่านไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) เชื้อราชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงระบบรากของต้นไม้ในป่า ดังนั้นการที่ชาวบ้านดูแลรักษาป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ก็เท่ากับเป็นการทำนุบำรุงแหล่งผลิตรายได้ของชุมชน

ตามชาวบ้านเข้าป่าไปเก็บเมี่ยง

กิจกรรมสำคัญเมื่อมาเยือนที่นี่คือการเที่ยวป่าเหมี้ยงหรือเมี่ยง ป้าเจ้าของสวนจะนำไปพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ไล่ไปตั้งแต่ “ส่า” หรือตะกร้าขนาดพอเหมาะสำหรับใส่ใบเมี่ยงสะพายอยู่บนบ่า มีตอกเส้นเรียวบางเอาไว้มัดเมี่ยง มีดพร้าสำหรับฟันวัชพืช และ “ปอก” (หรือปลอก) ซึ่งทำจากแผ่นสังกะสีม้วนคล้ายแหวนใส่ที่ปลายนิ้ว ที่ปลายติดใบมีดโกนไว้ ใช้เก็บใบเมี่ยง รวมทั้ง “ขอ” ซึ่งเป็นเชือกยาวที่ปลายเชือกติดตะขอไม้ใช้โน้มต้นที่สูงให้ต่ำลงจะได้เก็บง่ายขึ้น

เมี่ยงที่นี่ไม่ใช่เมี่ยงคำ-ของกินเล่นที่เราคุ้นเคย แต่คือชาพันธุ์อัสสัม ซึ่งเติบโตในป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ อากาศหนาวเย็นและความชื้นสูง ชาวบ้านทำเมี่ยงสืบต่อกันมาเกือบ 200 ปี ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ฤดูกาลเก็บเมี่ยงเริ่มตั้งแต่เข้าหน้าฝนไปจนหมดหน้าหนาว ราวเดือนพฤษภาคมจนถึงกุมภาพันธ์

ป้าใช้ “ปอก” ตัดฉับที่ใบอ่อนตามยอดอย่างคล่องแคล่ว การเก็บเหมี้ยงไม่ใช่เด็ดทั้งใบ แต่ให้ตัดโดยเว้นก้านใบเอาไว้ เพื่อให้ใบเมี่ยงได้หายใจ ไม่อย่างนั้นต้นจะไม่แตกยอด เน้นเก็บยอดสามใบแรกเท่านั้น คนตัดเมี่ยงมือสมัครเล่นอย่างพวกเรา จะตัดแต่ละทีจึงต้องเล็งแล้วเล็งอีกจนแน่ใจ

แม้วิถีของเหมี้ยงคือลมหายใจของที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ลมหายใจนี้กำลังแผ่วลงไปทุกที ด้วยปัจจุบันเหมี้ยงไม่ค่อยเป็นที่นิยมอย่างที่ผ่านมา ชาวบ้านจึงนำพลับและกาแฟพันธุ์อะราบิกามาปลูกแซมในป่าเมี่ยง ในหน้าหนาวเม็ดกาแฟสุกสีแดงฉานและผลพลับสีเหลืองดกเต็มต้นให้ชิมกันอีก

ใช้ชีวิตแบบ Slow life

กลับจากป่าเมี่ยงแล้วอย่าลืมแวะบ้านทำเมี่ยง ซึ่งทำส่งขายเพียงเจ้าเดียวในหมู่บ้าน จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการทำไม่มีอะไรมาก ใส่ใบเมี่ยงที่นึ่งแล้วเรียงลงเป็นแถววงกลมในถังในถังซีเมนต์ เติมน้ำเปล่าแล้วหมักไว้ 20 วันถึง 1 เดือนขึ้นอยู่กับความอ่อนความแก่ของเมี่ยง จากนั้นนำขึ้นมาทุบเพื่อให้นุ่ม มัดส่งขายไปทั่วจังหวัดในภาคเหนือ  ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการกินเมี่ยงมาแต่ดั้งเดิม นิยมอมเล่นเวลาหลังอาหารหรือทำงาน เพราะจะช่วยให้กระชุ่มกระชวย ไม่ง่วงนอน เรียกกันเล่นๆ ว่าเป็น “โอเล่ดอย”

ถ้าไม่เคยชิมเมี่ยงมาก่อน อยากให้ลองหยิบเมี่ยงหนึ่งคำเข้าปาก แล้วก็พบว่ารสชาตินั้นสุดจะบรรยาย ทั้งเปรี้ยว หวาน และฝาดจับใจ ใครได้ชิมคงไม่ลืมไปตลอดชีวิต!

ในหมู่บ้านยังมีกลุ่มหมอนใบชาเพื่อสุขภาพ ที่กำลังยัดใบเมี่ยงแก่แห้งลงในปลอกหมอนสีหวาน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “หมอนดอกเหมี้ยงหอมไก๋” หรือ หอมไกล นั่นเอง มีหลายแบบให้เลือก ทั้งหมอนทรงธรรมดาไปจนถึงหมอนเล็กใช้แขวนในตู้เสื้อผ้า  กลิ่นใบเมี่ยงหรือใบชามีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเครียดและช่วยให้หลับสบาย

เดินสำรวจการทำเมี่ยงจนเหนื่อย ก็ถึงเวลาอาหารที่เรารอคอย มีเมนูเด็ดอย่างยำใบเมี่ยงที่ทำกินกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ปัจจุบันกลายเป็นเมนูต้อนรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว  วิธีทำไม่ยาก เพียงเด็ดใบอ่อนปานกลางไม่ขมไม่แข็งเกินไป นำไปล้างแล้วซอยละเอียด ใส่หอมใหญ่ซอย มะเขือเทศหั่นลูกเต๋า พริกขี้หนูซอยละเอียด กระเทียมสับละเอียดที่เจียวจนเหลืองหอม ลงคลุกเคล้า แล้วบีบมะนาว เติมน้ำปลา จากนั้นเทปลากระป๋องลงเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็จ๊าดลำ ยังมีเมนูจานเด็ดอีกคือน้ำพริกเห็ดหอมสด ซึ่งเพิ่งตัดมาใหม่ๆ และไส้อั่วที่ชาวบ้านทำกินเองจึงอัดเครื่องไม่ยั้ง กัดแล้วหอมกลิ่นสมุนไพรทั่วทั้งปาก กินทั้งหมดแล้วต้องสรรเสริญความอร่อยเป็นภาษาเหนือว่า ลำแต้ๆ

ชีวิตช้าๆ ที่ดีต่อใจ

นอกจากมารู้จักวิถีชีวิตคนป่าเหมี้ยงแล้ว แค่การพาตัวเองมา “อยู่” ที่นี่ ก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง เพราะตัวหมู่บ้านตั้งอยู่บนเทือกเขากลางป่า จึงมีอากาศเย็นสดชื่นตลอดปี มีลำธารไหลผ่านในหมู่บ้าน เดินๆ ไปได้ยินเสียงน้ำไหลให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แม้ตามรายทางแทบทุกครัวเรือนมีกระถางดอกไม้เล็กๆ ประดับอยู่ ทว่าความสวยงามกลับเป็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่ส่งให้พร้อมคำทักทาย

อีกวันชาวบ้านพาเราไป “กิ่วฝิ่น” จุดชมทิวทัศน์อีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่พักของคาราวานพ่อค้าฝิ่น กิ่วฝิ่นสูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิบนยอดจึงอาจลดลงเหลือเพียง 3-4 องศาเซลเซียส  ตามทางขึ้นมีสนสามใบขึ้นทั่วไป จากกิ่วฝิ่นเราจะได้ตื่นตาตื่นใจกับสายหมอกขาวที่ปกคลุมทั่วหุบดอย จนนึกว่ากำลังยืนอยู่ในความฝัน

กลับจากบ้านป่าเหมี้ยงแล้วยังรู้สึกคิดถึง เป็นชุมชนเล็กๆ ในอ้อมกอดธรรมชาติ ที่ดีต่อใจอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง ต. แจ้ซ้อน อ. เมืองปาน จ. ลำปาง

ติดต่อชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โทร. 08-4894-9122,08-9560-6820

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง โทร. 054-222-214

ที่พัก
1.บ้านริมธาร โฮมสเตย์ บ้านป่าเหมี้ยง
(Baan Rhim Tarn)

บ้านริมธาร โฮมสเตย์เล็กๆ ในหมู่บ้านป่าเหมี้ยง ท่ามกลางหุบเขาพร้อมสัมผัสความหนาว บรรยากาศสุดเงียบสงบ มาใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ ในหมู่บ้านกลางหุบเขา พร้อมชมวิถีชีวิตคนบ้านป่าเหมี้ยง การเก็บใบเมี่ยง และการทำหมอนชา ที่เป็นอาชีพหลักของหมู่บ้าน ที่สำคัญตัวที่พักอยู่ติดริมลำธาร มีน้ำไหลผ่านเอื้อยๆ กลางคืนนอนฟินๆ ตื่นเช้ามาจิบกาแฟกลางสายหมอกที่ปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน บรรยากาศดีสุดๆ

Location ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
Phone: 091 859 3070

Price: -ราคาที่พัก คืนละ 450 บาท/คน (รวมอาหารเช้า-เย็น)
– ราคาที่พัก คืนละ 300/คน (ไม่รวมอาหาร)
-ราคาที่พักแบบเหมาหลัง 3,000/คืน
Facebook: บ้านริมธารโฮมสเตย์

2.คนบนดอย โฮมสเตย์ บ้านป่าเหมี้ยง
(Khonbondoi Homestay)

คนบนดอย โฮมสเตย์ บ้านป่าเหมี้ยง ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจี บรรยากาศดี เงียบสงบไม่วุ่นวาย โดยที่พักแบ่งเป็น 3 ชั้น มีลำธารอยู่หลังบ้านให้ได้นั่งแช่ขาชิลล์ๆ พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติรอบตัว แถมยังได้ชิมอาหารพื้นบ้าน อย่าง ยำใบเมี่ยง แกงแค ที่สุดแสนอร่อย ตกกลางคืนก็นอนพักสบายๆ ท่ามกลางอากาศหนาวใกล้ชิดธรรมชาติ เรียกว่าพักกายสบายใจ พลาดไม่ได้แล้ว

Location: ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
Phone: 086 215 8494, 099 641 5166
Price: -ราคาที่พัก คืนละ 450 บาท/คน (พร้อมอาหารเช้า-เย็น)
-ราคาที่พัก คืนละ 300 บาท/คน (ไม่รวมอาหาร)
*สามารถนำของมาประกอบอาหารเองได้ทางที่พักมีอุปกรณ์บริการให้ฟรี*
Facebook: คนบนดอย โฮมสเตย์

3.บ้านพญาวัง
(Bann Phaya Wung)

บ้านพญาวัง บ้านพักสไตล์ชาเล่ย์ เน้นการใช้ไม้เป็นวัสดุหลักเข้ากับธรรมชาติ มีโถงเตาผิงให้ได้ผิงไฟกันอุ่นๆ ในยามหนาว นอกจากนี้ที่พักยังมีลำธารน้ำไหลผ่านให้ได้นั่งพักผ่อนชมธรรมชาติปล่อยตัวตามสบาย สูดกลิ่นโอโซนที่บริสุทธิ์ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตชนบทที่เรียบง่าย ตื่นเช้าดูความงดงามของทะเลหมอก ท้าลมหนาวชมซากุระดอย ที่จะมีทุกช่วงฤดูหนาว ลองมาใช้ชีวิตช้าๆ แบบสโลไลฟ์แล้วจะติดใจ

Location: บ้านป่าเหมี้ยง ม.7 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
Phone: 081 783 4176, 081 881 7632
Price: -ราคาที่พัก คืนละ 450 บาท/คน (รวมอาหารเช้า-เย็น)
– ราคาที่พัก คืนละ 300/คน (ไม่รวมอาหาร)
Facebook:บ้านพญาวัง

แชร์บทความนี้