ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิ

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวชมความงดงามแห่งธรรมชาติกันที่ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิกันนะครับ

ทุ่งกะมัง ตั้งอยู่ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ราว 5,000 ไร่ เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติที่อยู่บนเนินสูงต่ำสลับกันไป มีธารน้ำหลายสายไหลผ่าน พื้นที่รอบๆ เป็นป่าดิบเขา บางช่วงของป่ามีป่สนขึ้นสลับกับต้นเหียงและต้นก่อ ส่วนกลางทุ่งกะมังแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเลย เป็นลานโล่งกว้างมากกว่า

ที่นี่จัดว่าเป็น ที่เที่ยวธรรมชาติ และแหล่งดูสัตว์ป่า ใครที่ชอบส่องสัตว์ เดินป่า รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะที่นี่เน้นความสวยงามของวิถีชีวิตธรรมชาติ ใกล้ชิดสัตว์ป่า เหมือนเราได้มาท่องซาฟารีมากกว่าเน้นชมวิวสวยๆ ของธรรมชาติ มาที่นี่ก็จะต้องได้เจอกับ เก้ง กวาง เนื้อทราย เป็นจำนวนมาก รวมไปถึง นกหลากหลายชนิด ทั้ง นกยูง ไก่ฟ้า นกขุนแผน นกหัวขวาน เป็นต้น แต่ก็ใช่ว่าที่ ทุ่งกะทัง จะมีแต่สัตว์ป่า เพราะในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็จะมีอากาศหนาวเย็นและตอนเช้าก็จะสามารถเห็นหมอกกระจายอยู่ทั่วทุ่งได้อีกด้วย โดยเฉพาะตรงจุดชมวิวบริเวณพลับพลาที่กลางทุ่ง จะมีวิวของทุ่งหญ้าสีทองและพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น พร้อมกับหมอก แต่ถ้าเป็นช่วงเย็นก็สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตก ได้ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเลย

เมืองไทยมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์น่าไปพักผ่อน ท่องธรรมชาติอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้น คือ  ทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ. ชัยภูมิ สถานที่ที่ไปด้วยกันจะขอเรียกว่ายังมีธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์  มาที่นี่จะได้พบกับความอุดสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิดแบบใกล้ชิด จะเรียกว่าเหมือนเราได้มาท่องซาฟารีแห่งเมืองไทยก็ย่อมได้ เรามาพักผ่อนและเดินทางไปฟังเสียงบทเพลงของป่าไม้และสัตว์ป่ากันด้วยกัน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ระหว่างที่นั่งรถเข้ามาในเขตฯ จะได้พบกับผืนป่าเขียวขจีตลอดข้างทาง ยิ่งมาในหน้าฝนจะได้พบกับความชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น เมื่อมาถึงปากทางเข้าทำการแลกบัตรประชาชนหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะวิทยุบอกไปยังที่ทำการว่ามีชื่อเราจองที่พักเข้ามาหรือไม่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าจองมา เสียค่าธรรมเนียมและให้บัตรผ่านเข้าไปได้ ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดนิดนึงเพราะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่อนุรักษ์และค่อนข้างเปราะบาง และทางเขตฯเองไม่อยากให้ใช้คำว่าท่องเที่ยว แต่อยากให้ใช้คำว่า มาเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติดีกว่า  จากปากทางเข้าประมาณเกือบชั่วโมงก็มาถึงที่ทำการฯเพื่อติดต่อเรื่องบ้านพักที่จองไว้  สำหรับใครที่ต้องการพักแรม การติดต่อจองบ้านพักต้องโทรมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯจากนั้นทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15–30 วัน  ซึ่งทางคณะเราได้ทำเรื่องของจองมาเรียบร้อยแล้ว ที่พักไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่จะเป็นการให้ค่าบำรุงตามแต่เราจะสะดวก

เส้นทางอันร่มรื่นภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เขียวขจีเต็มไปด้วยต้นไม้ ตลอดเส้นทางที่รถวิ่งผ่านฉันเปิดหน้าต่างรถ รับลมเย็นและอากาศอันบริสุทธิ์ให้เข้ามาสัมผัสหน้า เป็นความอิ่มเอมที่ได้เข้าป่าฟังเสียงธรรมชาติ  ระหว่างเส้นทางมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยวิ่งผ่านหน้ารถอย่างรวดเร็วให้ความรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นว่ามันคือ ตัวอะไรน่ะ เที่ยวป่าฤดูไหนดีที่สุด ฉันก็คงยังตอบเหมือนเดิมว่า หน้าฝนแจ่มสุดๆ

ทุ่งกะมัง  เป็นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ลักษณะคล้ายแอ่งกะละมังอยู่กลางผืนป่า จึงเป็นที่มาของชื่อ ทุ่งกะละมัง หรือ ทุ่งกะมัง  เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ที่ทรงต้องการให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่าและนำสัตว์ป่ากลับคืนถิ่น เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่าง ๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผา แปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนือ อ่างน้ำ จนเกิดวลีหนึ่งที่ว่า  “ภูเขียว บรมโพธิสมภารของสัตว์ป่า”  ทุ่งกะมังถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเหล่าเก้งกวาง และสัตว์ป่านานาชนิด มีการนำเอาดินโป่ง มาใส่ไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้สัตว์ป่าได้มากิน   จึงทำให้สามารถพบเห็น เหล่าบรรดาเนื้อทราย เก้ง กระจง ออกมาหา อาหารโดยเฉพาะในช่วงบ่ายจะพบเห็นได้มากที่สุด

บ้านพักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

การติดต่อจองบ้านพักต้องโทรมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯจากนั้นทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15–30 วัน  โดยส่งไป ที่อีเมล์  [email protected]  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 097 002 7290  บ้านพักของเป็นอาคารไม้ทั้งหมดมีพื้นที่ กางเต้นท์ไว้รองรับด้วย โดยราคาบ้านพักแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะให้โดยให้ตามความเหมาะสมตามจำนวนคน ในส่วนของอาหาร ถ้าไม่ได้เตรียมมาเองมีบริการครัวสวัสดิการโดยต้องแจ้งล่วงหน้าตอนจองห้องพักทางแม่ครัวจะเตรียมรายการอาหาร ให้เองตามความเหมาะสม  ส่วนค่าอาหารนั้นคิดเป็นรายมื้อต่อหัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีไฟฟ้าให้ใช้แค่เวลา 18.30 – 21.30 น. ควรเตรียมไฟฉายหรือแบตเตอรี่โทรศัพท์และกล้องมาให้พร้อม

 

การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

1. รถยนต์ส่วนตัว
ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ไปจนถึงแยกสีคิ้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ และใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปจนถึงอำเภอภูเขียวได้เลย หากต้องการเข้าชมเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกหนองสองห้อง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2055 มุ่งหน้าตามป้าย บอกทาง ไปเขื่อนจุฬาภรณ์ จะพบเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอยู่ทางซ้าย ประมาณกิโลเมตรที่ 24-25 ติดต่อกับเจ้าหน้าที่แลกบัตรที่ด่านตรวจ พร้อมทั้งเสียค่าธรรมเนียมการเข้าและต้องวิ่งรถเข้ามาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีกราว 24 กิโลเมตร เพื่อมายังที่ทำการเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง)
2.รถโดยสารประจำทาง
ไม่ว่าจะเดินทางมาจากไหนให้ไปตั้งต้นที่สถานีขนส่งชุมแพ จ. ขอนแก่น ที่นั่นจะมีรถโดยสารประจำทางสายชุมแพ – เขื่อนจุฬาภรณ์ ถ้าจำไม่ผิดและยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รถจะมาวันละ 1 รอบเท่านั้นในช่วงเช้ามืด ถ้ากลัวพลาดแนะนำโทรไปสอบถามเวลารถออก กับสถานีขนส่งชุมแพโดยตรง นั่งมาลงยังป้ายหน้าทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และรออยู่กับเจ้าหน้าที่ตรงด่านตรวจเพื่อขอติดรถ เจ้าหน้าที่หรือนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆเข้าไปยังที่ทำการด้านใน ซึ่งต้องวิ่งรถเข้าป่าไปอีก 24 กิโลเมตร

แชร์บทความนี้