ย้อนเวลา เที่ยวไทย กลางกรุง กับ“ตลาดน้อย” ที่ความน่าสนใจไม่ได้น้อยตามชื่อ

ตลาดน้อย

หลังจากต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านกันมานาน สายเที่ยวต้องมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นลองออกมาเที่ยวกันแบบยังไม่ต้องออกไปไกลบ้านมากก็ได้ ถือเป็นการปรับตัวรับความพร้อมจากการอัดอั้นไม่ได้เที่ยวกันมานาน

ที่ที่อยากจะมาแนะนำคือ “ตลาดน้อย” ฟังดูชื่อแล้วอาจจะยังดูเฉยๆ แต่ขอบอกเลยว่าถึงจะชื่อตลาดน้อยแต่ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้น้อยตามชื่อเลย รับรองว่าถ้าลองได้ไปครั้งแรกแล้วครั้งที่ 2 และ 3 ต้องมีตามมาอีกแน่นอน

“ตลาดน้อย” ไม่ได้อยู่ไกลเลย เพราะจริงๆแล้ว “ตลาดน้อย” ตั้งอยู่ย่านเจริญกรุงใจกลางกรุงเทพ และการได้ลองไปครั้งแรกก็ทำเอาติดอกติดใจอยู่ไม่น้อย

เที่ยวไทย เจริญกรุง “ตลาดน้อย”

“ตลาดน้อย” มีดีตั้งแต่ของกินขึ้นชื่อ อย่างกะหรี่ปั๊บตลาดน้อย ที่ว่าถ้าไม่โทรสั่งจองล่วงหน้า คุณก็จะทำได้แค่เพียงยืนมองขนมที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งซอย ถูกทอดลอยอยู่ในกะทะ เพราะทุกชิ้นมีเจ้าของสั่งจองไว้แล้วนั่นเอง ฉะนั้นขอแนะนำว่าให้เข้าทางซอยเจริญกรุง 22 เพราะเดินเข้าซอยปุ๊บ คุณก็จะเจอกะหรี่ปั๊บเป็นอย่างแรกทันที

เมื่อเข้าไปในซอยเลี้ยวซ้ายนิดหน่อย ก็จะได้เจอกับทางเข้าที่เรียกกันว่า ซอยศาลเจ้าอยู่ทางขวามือ โดยซอยนี้แหละที่เป็นซอยเรียกแขก เพราะตลอดข้างทางจะได้เจอกับงานอาร์ต เช่นภาพวาดตามกำแพง หรือไม่ก็จะมีนิทรรศการภาพถ่าย เรียงรายให้ค่อยๆได้เดินชมไปทีละภาพ

แต่ที่ทำให้ประทับใจในการไปเยือนชุมชนเก่าแก่ในครั้งนี้ คงเป็นบ้านเรือนที่ยังคงสภาพแบบดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้สัมผัสได้ถึงชุมชนชาวจีนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้มาอย่างยาวนาน โดยบ้านเรือนจะตั้งอยู่แวดล้อมกับศาลเจ้าทำให้รู้สึกว่าหลุดเข้าไปอยู่อีกสถานที่หนึ่งโดยที่จริงแล้ว ที่นี่คือใจกลางกรุงเทพ

พอได้ซึมซับงานอาร์ตมาจนสุดซอยศาลเจ้า คุณก็จะได้พบกับแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งพักรับลมเย็นๆได้ มีจุดชมวิวให้ได้นั่งถ่ายรูปอีกด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้ คงเป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ โดยจะมีอยู่ประมาณ 2-3 ที่ ให้คุณถามตัวเองก่อนว่าอยากนั่งแบบไหน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะจุกเอาได้หากเข้าทุกคาเฟ่

แต่ถ้าให้แนะนำ ขอแนะนำ บ้านโซวเฮงไถ่ หรือคฤหาสถ์เก๋งจีนโบราณที่มีอายุมากกว่า 200 ปี!! บอกเลยว่าสายรักความคลาสสิคห้ามพลาด เพราะแค่ประตูทางเข้าสีแดงแบบจีนโบราณ แค่คุณหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายก็สวยแล้ว

ข้างในจะเป็นบรรยากาศบ้านคนจีนโบราณมากๆ แนะนำสายกล้องฟิล์มห้ามพลาด เพราะคุณจะได้ภาพที่ออกมาแปลกตา สีโทนแดงจากไม้เก่า และโทนขาวหม่นจากกำแพงเก่า เรียกว่ายกกล้องถ่ายตรงไหนก็สวย

และเมื่อเดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอกับรถเต่าสีส้มโบราณที่ถือเป็นจุดเช็คอินของที่นี่ เพราะเพียงลองถ่ายรูปลงอินสตราแกรมกับน้องรถส้มคันนี้ อย่างน้อยน่าจะมีเพื่อนคุณสักหนึ่งคนที่ทักมาว่า นั่นไปเที่ยวตลาดน้อยมาใช่ไหม

ใช่ค่ะ ที่แนะนำมาทั้งหมดคุณอาจจะสามารถหาดูได้ตามรีวิวต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้คนที่ต้องไปเยือนตลาดน้อยแห่งนี้ด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะรู้ เพราะแค่ดูจากรีวิว สิ่งที่คุณจะไม่มีทางได้เห็นแน่ๆคือ คนในชุมชนที่นี่น่ารักมากๆเหมือนกับว่าทุกคนได้เข้าโครงการอบรมการนำเที่ยวมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น

เพราะตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในย่านนี้ คุณสามารถถามผู้คนตั้งแต่เด็กน้อยไปจนถึงอาม่าอากงที่อยู่แถวนั้นว่า ศาลเจ้านี้อยู่ตรงไหน คาเฟ่นี้ไปยังไง อาหาร้านไหนอร่อย คุณสามารถถามได้ทุกคนเพราะผู้คนที่นี้พร้อมจะช่วยเหลือ แม้กระทั่งอาสาจะพาคุณเดินเที่ยวยังได

เอาเป็นว่าประทับใจตั้งแต่เด็กๆที่ดูภายนอกขออนุญาตเรียกว่าสไตล์เด็กแว๊น ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปผ่านมาในซอย ยังก้มหัวขอโทษคุณทุกครั้งที่พวกเขาขับผ่านหน้าคุณที่กำลังยืนถ่ายรูปอยู่แถวบริเวณหน้าบ้านของพวกเขา มันน่าประทับใจจริงๆแต่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น

การเดินทางก็ไม่ยาก ทางที่สะดวกที่สุดนอกจากจะขับรถยนต์ส่วนตัวแล้วยังสามารถนั่ง MRT ไปที่สถานีหัวลำโพง และขึ้นมาทางออกฝั่งตรงข้าม โบกวินไปที่เจริญกรุง 22 แต่สายชิลก็สามารถเดินได้ไม่ไกลอย่างที่คิด แค่อาจจะหลงทิศกันสักนิดหน่อย

หากวันว่างช่วงนี้ไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ขอฝาก”ตลาดน้อย” ไว้เป็นตัวเลือกหลังจากปลดล็อคตัวเองออก

Related posts