ท่องเที่ยว หอนาฬิกา Big Ben

ท่องเที่ยว หอนาฬิกา Big Ben เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวประเทศอังกฤษ ในอดีตนั้น หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวัง Westminster โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียผสมกับโกธิค สามารถบอกเวลาได้ทั้ง 4 ทิศทาง เป็นนาฬิกาบอกเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานของหอดูดาวเมืองกรีนิช ผ่านสถานีวิทยุ BBC

หากจะบอกว่า บิ๊กเบน นั้นดังอย่างมากเพราะมันไปเป็นฉากอยู่ในในภาพยนตร์ระดับโลกอย่างมากมาย โดยเจ้าประจำเลยก็คือ เจมส์บอนด์ นั่นเอง เเละมีทั้ง Love Actually, Notting Hill เเละ Bridget Jones’s Diary อีกด้วย โดยมันถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1858 เเละคำว่าบิ๊กเบนนั้นมาจากการตั้งชื่อตามข้าหลวงฝ่ายโยธาธิการของกรุงลอนดอน ที่มีนามว่า เบนจามิน ฮอลล์ เเละชื่อที่ตั้งนั้นตั้งให้กับระฆังในหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด โดยมีน้ำหนักถึง 13 ตัน เเละจะมีความกังวานอย่างมากเมื่อตีทบอกเวลาทุกๆ ชั่วโมง ก่อนที่จะเรียกรวมๆ กันกับตัวหอที่เป็นสถาปัตยกรรมในเเบบฟื้นฟูกอธิคที่สวยงามคลาสสิก โดยก่อสร้างด้วยอิฐเเละหินปูน โดยจุดที่ตั้งนั้นอยู่ด้านเหนือของรัฐสภาบริเตน โดยที่หน้าปัดบอกเวลานั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 เมตร เเละประกอบไปด้วยแก้วโอปอลถึง 312 ชิ้น

มื่อใดที่คุณได้ชมบิ๊กเบนจากอีกฟากฝั่งแม่น้ำเทมส์ เมื่อนั้นจึงจะถือได้ว่าคุณมาถึงลอนดอนแล้วอย่างแท้จริง บิ๊กเบนปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ของอังกฤษอย่าง “Bridget Jones’s Diary,” “Notting Hill” และ “Love Actually” และมุมที่สวยที่สุดนั้นต้องมองจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเทมส์ หรือขณะที่เดินเล่นบนสะพานเวสต์มินสเตอร์เพื่อไปชมอาคารรัฐสภา

แต่เดิมนั้นคำว่าบิ๊กเบนเป็นชื่อของระฆังในหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ ระฆังนี้เรียกอีกอย่างว่ามหาระฆังหรือเดอะเกรทเบลล์ มีน้ำหนัก 13 ตัน (13,760 กิโลกรัม) ลองฟังเสียงกังวานลุ่มลึกของระฆังในแต่ละชั่วโมงซึ่งก้องไปทั่วเมือง กลบแม้กระทั่งเสียงการจราจรขวักไขว่ในลอนดอน ทุกวันนี้ชื่อบิ๊กเบนนั้นหมายถึงระฆัง นาฬิกา และหอคอย

นับจากที่เสียงระฆังดังครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1859 เป็นต้นมา ความเที่ยงตรงของนาฬิกาและเสียงระฆังที่คงเส้นคงวาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการที่ประเทศอังกฤษยืนหยัดฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาได้เป็นอย่างดี เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน หน้าปัดนาฬิกาสีงาช้างทั้งสี่ด้านจะสว่างขึ้น ทำให้เห็นนาฬิกาได้จากระยะห่างไกลเป็นไมล์ หน้าปัดนี้เคยลดแสงลงเฉพาะเมื่อครั้งที่มีวิกฤตการณ์ระดับชาติ โดยลดแสงลงเป็นเวลาสองปีในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อป้องกันการโจมตีโดยเรือเหาะของเยอรมนี และในเวลากลางคืนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้นักบิน Blitz ของเยอรมนีหลงทาง

Related posts